รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้าสว่างจ้าแล้ว หลินหว่านหว่านไม่ได้ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เหมือนวันก่อน ในเมื่อเรื่อง “ไปทำงาน” เป็นที่รู้กันทั่วแล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องจงใจหลบเลี่ยงอะไรอีก
เฉินชิงเหวินนอนเต็มอิ่มแล้วจึงลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นใสบริสุทธิ์ไร้มลทิน เขายิ้มแป้นขยับเข้ามาคลอเคลีย ใช้แก้มถูแขนนางพลางทักทายเสียงอู้อี้สนิทสนม “ฮูหยิน อรุณสวัสดิ์!”
หลินหว่านหว่านคอยสังเกตสีหน้าและท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขา ทว่าดวงตากลับใสซื่อไร้เดียงสา พฤติกรรมก็ไม่ต่างจากปกติ ความโง่งมของเขาดูเป็นธรรมชาติจนมองไม่เห็นร่องรอยเสแสร้งแม้แต่น้อย
แล้วคำกระซิบชัดเจนในความมืดเมื่อคืนนี้คืออะไรกัน?
หรือเขาแค่ละเมอพูดโดยไม่รู้ตัวตอนหลับ?
หรือในความฝัน เขาฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ชั่วครู่?
แล้วในความฝันเหล่านั้น เขาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนกลางวันได้อย่างชัดเจนหรือไม่ จำได้ว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้บีบคั้นอย่างไร และนางรับมืออย่างไร?
เขาสงสัยในตัวตนของนางมานานแล้วหรือเปล่า?
หลินหว่านหว่านรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กังวลมากนัก
เดิมทีนางก็ไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อเอาชีวิตรอด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบคอยช่วยเหลือ
สมมติว่าเฉินชิงเหวินแกล้งโง่จริง ๆ และจับได้ว่านางไม่ใช่คนเดิม นางก็ยังใช้ที่นาดี ๆ กับเงินที่มีในมือเจรจาต่อรองกับเขา แลกหนังสือหย่าขาด จากนั้นตั้งครัวเรือนเป็นของตนเอง แล้วหาทำเลสงบ ๆ สักแห่งใช้ชีวิตอย่างมั่นคงได้
แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือเฉินชิงเหวินไม่ฟื้นคืนสติ
แน่นอนว่าในตอนนี้ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือให้เฉินชิงเหวินคงสภาพเช่นนี้ต่อไป
