จ้าวซื่ออ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่เฉินเหล่าฮั่นที่นั่งฟังเงียบ ๆ พลันกระแอมเสียงดัง แล้วถลึงตามองนางอย่างดุดัน ก่อนเอ่ยเสียงเข้มว่า “พอแล้ว! หว่านหว่านพูดมีเหตุผล!
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามัวเสียดายเงินไม่กี่อีแปะ! ร่างกายคือทุนสำคัญ กินดีดื่มดี บำรุงร่างกายให้แข็งแรงเสียก่อน ระหว่างทางจะได้มีแรงหนีเอาชีวิตรอด! ทุกคนฟังหว่านหว่าน!”
จ้าวซื่อถูกสามีตวาดใส่ จึงหุบปากอย่างจำใจ แต่บนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
หลินหว่านหว่านพูดต่อว่า “อีกอย่าง ท่านแม่ ผ้าที่ข้าซื้อกลับมาเมื่อวาน ท่านต้องรีบตัดเสื้อผ้าหนา ๆ ทนทานให้ทุกคนคนละชุดนะเจ้าคะ
วันนี้ข้าจะเข้าเมืองอีกครั้ง จะหาทางซื้อรองเท้าที่พอดีเท้าและใส่เดินได้นาน ๆ กลับมา ในเมื่อเราต้องเดินทางไกล กินอยู่กลางแจ้ง สิ่งของเหล่านี้ช่วยรักษาชีวิต จะละเลยไม่ได้เด็ดขาด!”
พอได้ยินว่ายังต้องซื้อรองเท้า จ้าวซื่อก็ปวดใจเรื่องเงินขึ้นมาอีก นางพึมพำเสียงเบา “นี่...นี่ต้องเสียเงินอีกเท่าไรกัน...”
“ท่านแม่!”
น้ำเสียงของหลินหว่านหว่านเข้มขึ้นเล็กน้อย “ถ้าไม่บำรุงร่างกายให้ดี ระหว่างทางเกิดป่วยขึ้นมา เงินที่ต้องจ่ายให้หมอตรวจและซื้อยายิ่งมากกว่าเดิม!
ถ้ารองเท้าไม่พอดีเท้า เดินได้ไม่ถึงครึ่งวันก็ต้องถลอกจนเป็นแผล พอแผลอักเสบเป็นหนองขึ้นมา ก็ถึงตายได้เลยนะเจ้าคะ! ถึงตอนนั้นเงินสำคัญกว่า หรือชีวิตสำคัญกว่ากัน?”
จ้าวซื่อทำปากยื่น ยังพึมพำเสียงเบา รู้สึกว่าแค่รองเท้ากัดเท้าเท่านั้นเอง คนบ้านนอกอย่างพวกนางแข็งแรงจะตาย บางคนลงนาไปทำงานยังไม่สวมรองเท้าด้วยซ้ำ จะต้องพิถีพิถันอะไรนักหนา
เฉินเหล่าฮั่นทนฟังต่อไม่ไหว จึงถลึงตาใส่นางอย่างแรง
จากนั้นหันไปพูดกับหลินหว่านหว่าน สีหน้าแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเหตุผลและเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยาก
