ทุกคนชะงักค้างไปในพริบตา อาอี้ถึงกับตกใจจนรีบหลบไปอยู่หลังถงเฉิงต๋า
ถงเฉิงต๋ามองศิษย์ด้วยสายตาจนใจ “ปากของเจ้านี่นะ...”
หลินหว่านหว่านยกมือกุมหน้าผาก พลางยิ้มเจื่อน ตอนนี้ฉันได้แต่หวังว่าคำพยากรณ์ของระบบจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง เหมือนคำคุยโวของอาอี้นั่นแหละ
เสียงคำรามของพยัคฆ์ทำให้ทุกคนตึงเครียดขึ้นมาทันที
ถงเฉิงต๋ากับโม่เฉินชักอาวุธออกมา แล้วคอยคุ้มกันรถม้าทั้งสองคันไว้ตรงกลาง
พวกเด็ก ๆ ตกใจจนพากันซุกเข้าหาหลินหว่านหว่าน แม้แต่เฉินชิงเหวินก็ยังเผลอเข้าไปยืนขวางหน้าเธอ
อาอี้หน้าซีด พูดตะกุกตะกักว่า “อา...อาจารย์ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเป็นเช่นนี้...”
“หุบปาก” ถงเฉิงต๋าตวาดเสียงต่ำ ตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวจากที่ไกล ๆ
หลินหว่านหว่านกำชายเสื้อแน่นด้วยความประหม่า ในใจเริ่มคิดแล้วว่าถ้าเจอเสือขึ้นมาจริง ๆ จะใช้มิติช่วยตัวเองยังไง
แต่หลังจากรออยู่พักใหญ่ นอกจากเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่ดังขึ้นอีก 2 ครั้ง จนม้าตกใจตัวสั่นและฉี่ราด ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใดอีก
ถงเฉิงต๋ากับโม่เฉินสบตากัน จากนั้นทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนยอดไม้เพื่อมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
“สวรรค์ยังเข้าข้างพวกเราเลยจริง ๆ”
ทั้งสองกระโดดออกไปไม่กี่ครั้ง ไม่นานก็หามเสือตายตัวหนึ่งกลับมาได้!
“ดูท่าเสือตัวนี้คงคิดจะลอบโจมตีพวกเรา ใครจะนึกว่ามันดันติดง่ามไม้ แถมยังถูกหินที่กลิ้งลงมาจากเนินเขาทับจนเอวหัก วันนี้เราโชคดีจริง ๆ!”
ทุกคนถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
หลินหว่านหว่านมองเสือตัวใหญ่ด้วยความสงสัย ชาติก่อนเธอเคยฟังเจ้านายคุยโวว่าเขากับเพื่อน ๆ ใช้เงินหนึ่งแสนหยวนซื้อเสือเบงกอลมากิน แต่ถ้าพูดถึงการเห็นเสือ เธอเคยเห็นแค่ในสวนสัตว์เท่านั้น
