“เกรงว่าที่ข้าขัดขวาง คงเป็นเรื่องดี ๆ ของเจ้านั่นแหละ!”
หมอเทวดาไฉแค่นเสียงเย็นชา “พวกพรานกลัวเจ้า แต่ข้าไม่กลัว! ท่านผู้รักษาเมืองเป็นแขกประจำของข้า แม้แต่เจ้าเมืองกานโจวยังต้องให้ความเกรงใจข้าอยู่หลายส่วน จะไปว่ากันที่ศาลาว่าการเดี๋ยวนี้เลยไหม?”
พ่อบ้านเห็นท่าไม่ดี แววตาก็ฉายความเหี้ยมเกรียมขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ร่างกำยำสองคนที่อยู่ด้านหลัง ทั้งคู่เข้าใจทันที พุ่งเข้าใส่รถเข็นที่วางเสือไว้ หมายจะแย่งชิงไปซึ่ง ๆ หน้า
“บังอาจ!”
ถงเฉิงต๋าตวาดลั่น ร่างวูบไหวดุจสายฟ้าเข้าขวางหน้ารถเข็น
อาจงกับอาหย่งลงมือพร้อมกัน ได้ยินเสียง “ปัง ปัง” สองครั้ง บ่าวรับใช้ทั้งสองก็ถูกซัดลงไปกองกับพื้น ส่งเสียงร้องเจ็บปวดจนหน้าบิดเบี้ยว
อาเหรินกับอาอี้แม้ไม่ได้ลงมือ แต่ทั้งคู่ยืนประกบพ่อบ้านอยู่คนละข้าง แววตาดุดันก็ข่มขวัญได้มากพอแล้ว
เถ้าแก่เห็นสถานการณ์กำลังจะบานปลาย จึงรีบส่งสายตาให้เสี่ยวเอ้อร์
เสี่ยวเอ้อร์เข้าใจอย่างเงียบ ๆ แล้วลอบออกไปทางประตูหลัง ส่วนเถ้าแก่รีบก้าวไปยืนตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย ยกมือกดลงซ้ำ ๆ
“แขกทุกท่าน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกันเถิด! ค่อย ๆ พูดกัน!” เขาหันไปยิ้มประจบพ่อบ้าน “คำโบราณว่าไว้ ซื้อขายไม่สำเร็จ มิตรภาพก็ยังคงอยู่ ท่านหัวหน้าคุ้มกันถง เรามาคุยกันดี ๆ เถิด พ่อบ้านหวัง ในเขตเมืองชิงสุ่ยของเรา จะใช้กำลังกันไม่ได้ขอรับ!”
จากนั้นก็หันไปทางหมอเทวดาไฉ “ท่านหมอเทวดาโปรดระงับโทสะก่อน เรื่องนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิด เป็นความเข้าใจผิดขอรับ!”
หมอเทวดาไฉแค่นหัวเราะ “ความเข้าใจผิดหรือ? กลางวันแสก ๆ ยังปล้นทรัพย์ชาวบ้าน นี่ก็เป็นความเข้าใจผิดด้วยหรือ? นายท่านหวังอาศัยอำนาจรังแกผู้อื่น ข้าจะไปหาเจ้าเมืองเดี๋ยวนี้ ให้ท่านเจ้าเมืองตัดสินความเป็นธรรม!”
