คนทั้งสามยื้อยุดตบตีกันพัลวัน ฝ่ายหนึ่งดึงผม อีกฝ่ายข่วนหน้า ไม้กวาดกับเล็บมือปลิวว่อน เสียงด่าทอปะปนกับเสียงกรีดร้อง
สถานการณ์พลันควบคุมไม่อยู่
เฉินชิงซานที่มาถึงช้ากว่าคนอื่นก้าวเข้ามาห้าม แต่ไม่รู้ว่าใครข่วนเขาจนเป็นรอยเลือดหลายแผล พอถูกเข้าแบบนั้นก็โมโหขึ้นมาเหมือนกัน จึงร่วมวงตะลุมบอนด้วยอีกคน
เสี่ยวเป่าตกใจกับภาพตรงหน้าจนร้องไห้จ้า ส่วนจ้าวซื่อโมโหจนตัวสั่น กระทืบเท้าซ้ำ ๆ “ทำบาปแท้ ๆ ช่างทำบาปจริง ๆ!”
ชาวบ้านที่มุงดูต่างตาค้าง ก่อนจะพากันหัวเราะครืนและวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังแสบแก้วหู
เรื่องครึกครื้นของบ้านเฉินเฒ่านี่มีแต่จะยิ่งทวีความเข้มข้น ฉากพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ตบตีกันยังสนุกกว่าคณะงิ้วสมัครเล่นในเมืองเสียอีกหลายเท่า!
หลินหว่านหว่านมองละครน่าเกลียดฉากนี้อย่างเย็นชา ไม่มีความคิดจะเข้าไปยุ่งแม้แต่น้อย
นางเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านกับเฉินหม่านชางอย่างสงบ ก้มตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง “วันนี้ขอบคุณท่านหัวหน้าหมู่บ้านกับพี่หม่านชางที่ช่วยตัดสินความเป็นธรรมให้เจ้าค่ะ”
จากนั้นนางก็หันไปทางป้าเหลือง “ขอบคุณป้าเหลืองที่ช่วยพูดแทนข้าด้วยเจ้าค่ะ”
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ นางก็ไม่สนใจคนสี่คนที่ยังยื้อยุด ด่าทอไม่หยุดอยู่หน้าประตูอีก หันหลังกลับเข้าลานบ้าน
เมื่อเดินถึงประตู นางชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนเหลียวมองจ้าวซื่อที่ยังยืนเช็ดน้ำตาอยู่ที่เดิม สีหน้าสับสน จากนั้นจึงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ท่านแม่คิดจะอยู่ดูเรื่องสนุกข้างนอกต่อหรือเจ้าคะ?”
คำพูดของลูกสะใภ้ทำให้จ้าวซื่อตื่นจากภวังค์ นางรีบเบนสายตาจากทางลูกชายคนรองอย่างกระอักกระอ่วน ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าอย่างลวก ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาเดินโซเซตามหลินหว่านหว่านเข้าไปในบ้าน
