แผนนี้ตัดต้นตอได้อย่างตรงจุด บีบจ้าวซื่อจนมุมทันที
นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มองท่าทีเย็นชาของหลินหว่านหว่านที่ราวกับกำลังบอกว่า “พวกท่านจะทำอะไรก็เชิญ ข้าขอหาทางรอดของตัวเอง” แล้วก็นึกถึงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งหลินหว่านหว่านพูดเรื่องแยกบ้านใหม่และทิ้งพวกตนสองเฒ่าไว้หลายครั้งแล้ว
ความหวาดกลัวมหาศาลพลันเข้าครอบงำหัวใจของนาง
จะปล่อยให้หลินหว่านหว่านไปคนเดียวไม่ได้!
หากไม่มีหลินหว่านหว่าน บ้านใหญ่กับบ้านรองก็ไม่มีทางปฏิบัติต่อพวกตนอย่างดี สองเฒ่ากับลูกชายปัญญาอ่อนคงมีแต่ทางตาย!
“ไม่… ไม่ใช่นะ! หว่านหว่าน! ฟังแม่ก่อน…”
จ้าวซื่อลนลานจนพูดจาติดขัด นางคว้าแขนหลินหว่านหว่านไว้แน่น ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตได้
“หว่านหว่าน ก่อนหน้านี้แม่ผิดเอง แม่เลอะเลือนไป แต่ตอนนี้แม่อยากใช้ชีวิตกับเจ้าให้ดีจริง ๆ!
วันนี้แม่เย็บเสื้อผ้าพวกนั้นเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เย็บเพิ่มอีกไม่กี่เข็มก็เรียบร้อย พอดีกับที่ชุนซิ่ว เซียงซิ่ว อวี้ซิ่ว และเยวี่ยซิ่วจะได้คนละตัว!
พรุ่งนี้เจ้าก็เอาเงินในบ้านไปซื้อรถเข็นกับรถม้าเถอะ วางใจได้ แม่จะไม่ออกจากบ้านเด็ดขาด จะไม่บอกใครทั้งนั้น!”
ราวกับกลัวหลินหว่านหว่านไม่เชื่อ หรือไม่ก็กลัวว่าตนจะเปลี่ยนใจในวินาทีถัดไป จ้าวซื่อแทบจะถลาไปข้างเตียง นางลนลานคว้าห่อผ้าผืนเล็กที่ซ่อนเงินเก็บไว้ใต้เตียงออกมาจากที่ลับตา ห่อผ้าซีดจางและปะชุนไว้หลายแห่ง
นางไม่แม้แต่จะมอง ทั้งยังไม่มีเวลานับ ราวกับห่อผ้าร้อนลวกมือ จ้าวซื่อรวบรวมแรงทั้งหมดแล้วยัดมันใส่มือหลินหว่านหว่านอย่างแรง นิ้วมือเหี่ยวย่นสั่นน้อย ๆ เพราะออกแรงมาก
