คนบ้านข้าง ๆ ไม่รู้ว่าทำการค้าอะไรกัน ถึงได้ออกไปเที่ยวหนึ่งตั้งหลายเดือน แต่กลับหาเงินได้ถึง 8,000 ตำลึง
“แค่นี้ยังไม่นับอะไร พี่น้องเฉินเปียวสองคนนั้นเดินทางเส้นทางอันตรายยิ่งกว่าเที่ยวนี้ อย่างน้อยก็ต้องได้ 10,000 ตำลึง!”
【ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับเงิน 10,000 ตำลึง】
หลินหว่านหว่านว่างอยู่แล้ว จึงชวนระบบคุยเล่น “ทำไมช่วงนี้เจ้าไม่ร้องติ๊งต่องแล้วล่ะ?”
ระบบ:【ขี้เกียจ】
มีคนเอ่ยอย่างอิจฉา “คราวนี้พี่หนิวซื้อคฤหาสน์ได้แล้ว แถมยังแต่งภรรยาได้อีกหลายคน”
“ฮ่า ๆ เจ้าหนุ่มบ้าเอ๊ย แต่งภรรยาหลายคนที่ไหนกัน! พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ต่อให้มีเงินก็ใช้สุรุ่ยสุร่ายแบบนั้นไม่ได้ แต่ซื้อคฤหาสน์ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน แล้วก็หาเมียให้ข้ากับน้องชายคนละคน ต่อไปก็อยู่พร้อมหน้ากับเมียและลูก นอนอุ่นบนเตียงเตากันอย่างสบายใจ ไม่ต้องทำงานแบบนี้อีกแล้ว”
“เฮ้อ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ยุคนี้ช่างย่ำแย่จริง ๆ เดือนก่อน จ้าวเหล่าอู่จากสำนักคุ้มภัยฝูซิงแค่จะส่งสาวน้อยคนหนึ่งกลับบ้านเดิม ใครจะคิดว่าระหว่างทางจะเจอโจรภูเขา! นอกจากสาวน้อยจะถูกปล้นทั้งทรัพย์และตัวแล้ว ยังทำให้สำนักคุ้มภัยฝูซิงเสียชื่ออีก จ้าวเหล่าอู่ยังถูกตัดเอ็นมือเอ็นเท้า ตอนนี้กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้ว! เฮ้อ...”
หลินหว่านหว่านฟังแล้วเข้าใจ ที่แท้คนกลุ่มนี้เป็นผู้คุ้มกันที่รับงานคุ้มภัยนี่เอง
เปลือกตาของนางกระตุกอยู่หลายครั้ง
ก่อนหน้านี้นางเคยคิดว่าจะจ้างผู้คุ้มกันดีหรือไม่ แต่ตอนนั้นคิดแค่จะป้องกันพวกผู้ลี้ภัย
ถ้าวันนี้ไม่ได้ยินผู้คุ้มกันเหล่านี้พูด นางคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
ปีที่เกิดภัยพิบัติ คนเลวที่ฉวยโอกาสปล้นชิงยามผู้อื่นตกทุกข์ได้ยากมักมีมากที่สุด
