การต่อสู้ชุลมุนที่เกิดขึ้นกะทันหัน กลับเปิดโอกาสให้หลินหว่านหว่านได้ประเมินฝีมือของสำนักคุ้มภัยฝูซิงอย่างชัดเจนที่สุด
นางถอยไปยืนยังมุมปลอดภัยอย่างใจเย็น สายตาคมกริบคอยสังเกตท่าทีของทุกคนในสนามอย่างละเอียด
ถงเฉิงต๋าสมกับเป็นหัวหน้าสำนักคุ้มภัย มีชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องเกินจริง
เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ แต่ยืนมั่นอยู่ริมวงต่อสู้ดุจโขดหิน สายตาคมกวาดมองสถานการณ์โดยรอบ
กระทั่งนักคุ้มภัยจากสำนักเวยหย่วนคนหนึ่งคิดลอบโจมตีด้านหลังของนักคุ้มภัยหนุ่มฝ่ายตน เขาจึงขยับตัวในทันที
แม้ถงเฉิงต๋าจะมีรูปร่างกำยำ แต่กลับไม่เทอะทะแม้แต่น้อย ร่างของเขาพุ่งวูบดุจสายฟ้า ทุกคนเห็นเพียงเงาพร่าไหวชั่วขณะ เขาก็แทรกเข้าไปกลางวงต่อสู้ แล้วฟันสันมือใส่ข้อมือของคนลอบโจมตีอย่างแม่นยำ รวดเร็วและเด็ดขาด
เสียงกระดูกลั่นกร๊อบดังขึ้นพร้อมเสียงร้องโหยหวน ข้อมือของคนลอบโจมตีห้อยตกลงในมุมที่บิดเบี้ยว อาวุธร่วงลงพื้นดังเคร้ง
ถงเฉิงต๋าลงมือรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด เพียงกระบวนท่าเดียวก็สยบศัตรูได้ สิ่งที่เขาแสดงออกมาไม่ใช่แค่พละกำลัง แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ต่อสู้จริงที่โชกโชนและการตัดสินใจอันเฉียบคม
แม้ตอนแรกนักคุ้มภัยของสำนักฝูซิงอีกหลายคนจะขวัญเสีย แต่พอลงมือจริงก็เผยให้เห็นพื้นฐานฝีมือที่แน่นหนา
พวกเขาประสานงานกันได้อย่างเข้าขา นักคุ้มภัยสามคนยืนหันหลังชนกันเป็นแนวรบขนาดย่อม คอยช่วยเหลือกันและกัน แม้มีคนน้อยกว่า แต่ก็ยังไม่เสียเปรียบอยู่พักหนึ่ง
โดยเฉพาะนักคุ้มภัยหนุ่มที่ถงเฉิงต๋าช่วยไว้ แม้ใบหน้ายังมีเค้าความเยาว์วัย แต่กระบองยาวระดับคิ้วในมือกลับกวัดแกว่งได้ดุดัน ทรงพลัง เห็นชัดว่ามีพื้นฐานแน่นมาก
