“ท่านแม่ ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งได้ยินลมก็คิดว่าฝนจะตกนะเจ้าคะ”
หลินหว่านหว่านผ่อนเสียงลง มือออกแรงอย่างพอเหมาะ ค่อย ๆ แกะนิ้วของจ้าวซื่อออกทีละนิ้ว
บนใบหน้าของนางมีความจนใจที่ถูกเข้าใจผิดเจืออยู่ ทว่าก็แสดงท่าทีลำบากใจได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนจะยกคำอธิบายที่เตรียมไว้แล้วออกมา
“ที่จริงงานนี้ก็แค่บังเอิญได้จังหวะพอดี ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร นายท่านเจินในเมืองนั่นน่ะ นายท่านเจินที่ค้าขายใหญ่โต พวกท่านคงเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง
ครอบครัวของเขากำลังจะย้ายออกจากจวนชิงโจว ก่อนออกเดินทางต้องจัดการเก็บกวาดและแพ็กของในเรือน มีงานจุกจิกมากมาย คนในจวนหมุนเวียนทำงานไม่ทัน จึงต้องรับคนงานชั่วคราวเพิ่มสักสองสามคน ขอแค่ทำงานคล่องแคล่วและรู้จักเก็บปากเก็บคำ
เมื่อวานข้าไปเมืองพอดี แล้วบังเอิญเจอแม่ครัวคนหนึ่งของบ้านเขา แม่ครัวคนนั้นเคยเห็นข้าเอาของกินไปส่งให้ชิงเหวินที่สำนักศึกษา รู้ว่าข้าทำงานคล่อง ทั้งยังเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่พูดมาก
ข้าคุยกับนางอยู่สองสามคำ พอนางรู้ว่าพวกเราเพิ่งแยกบ้านกัน ข้าต้องเลี้ยงชิงเหวินกับเด็ก ๆ ชีวิตลำบาก นางก็เลยมีน้ำใจช่วยแนะนำงานชั่วคราวนี้ให้ นับว่าช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนของข้าได้พอดี”
พูดจบ นางก็ชี้เสื้อผ้าของตนแล้วกล่าวว่า “เสื้อผ้าชุดนี้ใช้แยกฐานะคนงานในจวนเจิน คนงานประจำของบ้านเขาใส่สีน้ำเงินเข้ม ส่วนคนงานชั่วคราวอย่างพวกข้าใส่สีเทาแบบนี้ จะได้ไม่ให้คนนอกฉวยโอกาสชุลมุนแอบปะปนเข้าไปในจวน แล้วเกิดของมีค่าหายขึ้นมาจะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ตัว”
จากนั้นหลินหว่านหว่านก็เปลี่ยนเรื่อง สายตาเลื่อนไปหยุดที่ซุนซื่อราวกับไม่ได้ตั้งใจ
