บทที่ 47 ห้ามขึ้นรถ!
หลังจากทุกคนล้างหน้าล้างตากันอย่างง่าย ๆ หลินหว่านหว่านก็ล้วงไข่ออกมาหลายฟองจาก “ห่อผ้า” ราวกับเล่นกล แล้วให้อาอี้ตอกไข่ลงหม้อใหญ่ ทำแกงจืดไข่ฝอยร้อน ๆ แจกจ่ายให้ทุกคน
ซดน้ำแกงร้อน ๆ ลงท้อง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดทั้งคืนก็คล้ายจะบรรเทาลงไปไม่น้อย
ทุกคนนั่งล้อมวงกันอยู่ข้างรถ กินหมั่นโถวพลางดื่มน้ำแกงร้อน ๆ มีเพียงจ้าวซื่อที่ยังเฝ้าอยู่หน้ารถซึ่งบรรทุกขนมแป้งไว้แน่น ราวกับแม่ไก่หวงลูก ไม่ยอมลงมา
หากอาเหรินไม่ใจดีนำอาหารไปให้นาง นางคงคิดจะอดข้าวมื้อหนึ่งจริง ๆ!
หลินหว่านหว่านเข้าใจนิสัยของหญิงชราที่ขี้เหนียวราวกับคนหวงทรัพย์สินอย่างจ้าวซื่อ แต่ไม่ชอบนัก
แม้แต่ในยุคหลัง ผู้สูงวัยที่เคยผ่านความลำบากมาในวัยหนุ่มสาวก็มักมีความหวาดกลัวฝังลึกอยู่ในใจ กลัวว่าข้าวของจะขาดแคลน จึงชอบกักตุนของสารพัดไว้ในบ้าน แต่กลับปล่อยให้ของเสียก่อนถึงจะหยิบออกมากิน
แม้บั้นปลายชีวิตจะสุขสบาย พวกเขาก็ยังเลิกนิสัยหาเรื่องลำบากให้ตัวเองเช่นนี้ไม่ได้
อาจงดูใจลอยอยู่บ้าง เขาเคี้ยวหมั่นโถวอย่างไร้รสชาติพลางชะเง้อมองไปทางที่พวกเขาเดินทางมา แล้วปรึกษากับพี่น้องอีกสองคนเสียงเบา “กินมื้อเช้าเสร็จแล้ว หากอาจารย์ยังไม่ตามมา พวกเราก็ต้องเดินทางต่อ หยุดอยู่นานเท่าไรก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น”
อาอี้วางชามลงทันที “เช่นนั้นข้ากลับไปตามอาจารย์กับพี่อาหย่งเอง!”
“ไม่ได้!” อาจงคัดค้านเด็ดขาด คิ้วขมวดมุ่น “เจ้าไม่รู้ว่าอาจารย์กับพวกเขาไปทางไหน หากเดินผิดทาง พวกเรายังต้องแบ่งคนไปตามหาเจ้าอีก เท่ากับทำให้การเดินทางล่าช้าลง
