จ้าวซื่อชี้ไปทางโม่เฉินกับเด็กหนุ่มที่หมดสติด้วยนิ้วมือสั่นระริก “หว่านหว่าน! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนพวกนั้นเป็นใคร? พวกเขากำลังถูกตามล่า! ให้ขึ้นรถมาแบบนี้ คิดจะให้ทั้งครอบครัวของเราพลอยตายไปด้วยหรือ?”
เฉินเหล่าฮั่นตวาดเสียงต่ำ “พูดเหลวไหลอะไร รีบหลบไป!”
“ข้าไม่หลบ!”
จ้าวซื่อยึดประตูรถไว้แน่น น้ำตาเอ่อคลอ แม้ท่าทีจะแข็งกร้าว แต่เห็นได้ชัดว่านางหวาดกลัวอย่างยิ่ง
“แค่เอาตัวรอดกันเองก็ลำบากพอแล้ว เหตุใดต้องพาคนไม่รู้ที่มาพวกนี้ไปด้วย? หัวหน้าถง พวกท่านรับเงินจากเราแล้ว ก็ต้องคุ้มครองพวกเรา จะพาใครขึ้นรถก็ไม่ได้ทั้งนั้น!”
บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมา
แววตาโม่เฉินหม่นลง เขาถอยหลังไปครึ่งก้าวเงียบ ๆ เตรียมพานายท่านน้อยจากไปตามลำพังแล้ว
ถงเฉิงต๋ามีสีหน้าลำบากใจ ฝ่ายหนึ่งเป็นครอบครัวของผู้ว่าจ้าง อีกฝ่ายเป็นผู้บาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน
หลินหว่านหว่านเดินไปหยุดตรงหน้าจ้าวซื่อช้า ๆ
นางไม่ได้โกรธหรือเกลี้ยกล่อม เพียงจ้องมองจ้าวซื่อด้วยแววตาสงบนิ่งจนชวนให้ใจหวิว แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำว่า “ท่านแม่พูดถูก พวกเขากำลังถูกตามล่าจริง ๆ แต่ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า—”
นางยกมือชี้ไปทางที่พวกเขาจากมาอย่างฉับพลัน น้ำเสียงพลันเฉียบขาด “เมื่อคืนหากพวกเขาไม่จงใจล่อคนไล่ตามให้หลงไป แล้วคนชุดดำกลุ่มนั้นจะปล่อยพวกเราไว้หรือ? ตอนนี้ท่านจะยืนดูคนกำลังจะตายโดยไม่ช่วย พอคนชุดดำตามมาทัน ท่านคิดว่าพวกมันจะปรานีพวกเราเพียงเพราะเราตัดความเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้แล้วหรือ?”
