จ้าวซื่อทำหน้าบึ้ง กอดเสี่ยวเป่าไว้ในอ้อมแขน “หว่านหว่าน เจ้าอย่าทำเกินไปนัก!”
“คำนี้ข้าต่างหากที่ควรพูดกับท่านแม่ หากท่านแม่รู้สึกว่าการอยู่กับพวกเราลำบากใจนัก ก็ไปอยู่กับพี่สะใภ้ใหญ่หรือพี่สะใภ้รองเถิด ข้าพร้อมพาท่านไปหาหัวหน้าหมู่บ้านได้ทุกเมื่อ หนังสือแบ่งบ้านของเรายังแก้ไขได้
ในเมื่อท่านเลือกจะอยู่กับข้าแล้ว ก็อย่าเข้าข้างคนนอกสิ! เหตุใดลูกสาวของข้าต้องทำงานกันหมด แต่เสี่ยวเป่ากลับนั่งกินไข่อยู่ตรงนี้ได้?”
เสี่ยวเป่าพูดอย่างได้ใจ “ข้าเป็นผู้ชาย ผู้ชายมีค่ากว่า! ไหนจะเหมือนพวกตัวขาดทุนบ้านเจ้า ให้พวกนางกินขี้ยังเปลืองเสียเปล่า!”
หลินหว่านหว่านชี้เสี่ยวเป่าแล้วถามจ้าวซื่อ “ท่านแม่ได้ยินที่เขาพูดหรือไม่? เด็กอายุแค่ 6 ขวบยังพูดจาชั่วร้ายขนาดนี้ โตขึ้นก็เป็นคนเลวเต็มตัว!”
จ้าวซื่อผุดลุกขึ้นทันที “หลินหว่านหว่าน! ข้าตามใจเจ้ามากเกินไปแล้วใช่ไหม?”
“ข้าต่างหากที่ตามใจท่าน!”
หลินหว่านหว่านพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าแขนเสี่ยวเป่าแล้วกระชากตัวเขาเข้ามา
เสี่ยวเป่าทรงตัวไม่อยู่ เซถลา ก่อนจะล้มแผละลงกับพื้น
หลินหว่านหว่านไม่ปรานีเช่นกัน นางคว้าข้อเท้าเสี่ยวเป่า ยกเขาห้อยหัวขึ้นแล้วหอบวิ่งออกไปนอกลานบ้าน
พูดตามตรง ร่างกายผอมบางของนางต้องหิ้วเสี่ยวเป่าที่หนักกว่า 40 ชั่งนั้นค่อนข้างลำบากทีเดียว
จ้าวซื่อยังตั้งตัวไม่ทัน พอรู้สึกตัวอีกที เงาของหลินหว่านหว่านก็หายลับไปนอกลานแล้ว
นางตกใจจนหน้าซีด รีบวิ่งตามไป “หว่านหว่าน หว่านหว่าน เจ้าจะทำอะไรน่ะ! เสี่ยวเป่าร่างกายอ่อนแอ อย่าทำให้เขาลำบากเลย!”
ชาติที่แล้วหลินหว่านหว่านเคยเรียนวิชาป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงมา การควบคุมเด็กตัวเล็ก ๆ สักคนจึงไม่ใช่เรื่องยาก
