ชุดของคุณหนูใหญ่สกุลเว่ยแห่งอนาคตนั้น ชุนสี่ไม่กล้าสวม
นางตามสาวใช้มาหยุดตรงหน้าเซียวชิงเหอ คุกเข่าโขกศีรษะ "หม่อมฉันชุนสี่ขอขอบพระคุณคุณหนูที่เมตตา แต่หม่อมฉันชาติต่ำต้อย ไม่กล้าทำให้อาภรณ์ของคุณหนูเปรอะเปื้อน"
เซียวชิงเหอเป็นธิดาคนโตของเสนาบดีกรมขุนนาง มีพระมาตุจฉาเป็นพระสนมเสียนผู้ได้รับพระกรุณายิ่งในวัง
นางงามราวกับนางในเทพนิยาย พรสวรรค์ด้านอักษรศาสตร์ก็ไร้ผู้ใดเทียม
ชุนสี่เคยเห็นนางจากระยะไกลแค่สองครั้ง ครั้นได้เห็นใกล้ ๆ ยามนี้ ยิ่งรู้สึกว่านางเหมือนธิดาสวรรค์หล่นลงสู่โลกมนุษย์
"ข้าเห็นเจ้าเมื่อครู่คลื่นไส้อาเจียนนัก ตอนนี้ยังรู้สึกไม่สบายหรือไม่ ข้าพาหมอมาด้วย จะให้เขาดูให้ไหม?"
เสียงของเซียวชิงเหอก็เพราะพริ้ง
ชุนสี่เบากระซิบ "ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ยังรู้สึกคลื่นไส้ หัวก็มึน"
เซียวชิงเหอจึงให้คนไปเชิญหมอมา
หมอลงความเห็นอย่างรวดเร็ว "ชีพจรแม่นางผู้นี้เต้นมั่นคงแข็งแรง ร่างกายดีมาก เพียงแต่เมื่อครู่ถูกกระแทกจึงเกิดอาการมึนศีรษะอาเจียน"
ชุนสี่โขกศีรษะขอบคุณอีกครั้ง ด้วยใจปรารถนาให้ผู้คนรอบข้างมาชุมนุมฟังคำของหมอให้ชัดถ้วนทั่วกัน
ในท้องนางไม่มีลูกป่า!
ผู้ใดทำลายเกียรติและชื่อเสียงหญิงสาว ผู้นั้นจักเน่าลิ้นหล่นร่วงสู่ขุมนรก!!!
หมอตรวจชีพจรเสร็จ ใบ้เอ้อก็เปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยเดินทางมา
ออกนอกบ้านไม่สะดวกอาบน้ำ คนใช้เพียงตักน้ำจากลำธารมาช่วยเช็ดตัวให้ง่าย ๆ ใบ้เอ้อยังรู้สึกสกปรกยิ่ง ราวกับมีมดนับร้อยนับพันไต่อยู่ทั่วตัว
"อีชั่ว ข้าจะฆ่าเจ้า!"
ใบ้เอ้อกัดฟันแน่น พอเดินเข้าใกล้ก็ยกเท้าถีบไปยังชุนสี่อย่างแรง
ชุนสี่ไม่กล้าหลบหลีก เอาแต่เอียงตัวเล็กน้อย ใช้ไหล่รับเท้านั้น
"โอ๊ย ๆ เจ็บยิ่งนัก!"
ชุนสี่ถูกถีบลอยกระเด็น ส่งเสียงร้องโหยหวนพลัน แล้วรีบผุดลุกขึ้น ออกแรงวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง "ช่วยด้วย คนจะฆ่ากันแล้ว รีบมาช่วยที~"
ชุนสี่มีเสียงดังกังวาน สองขาวิ่งจนแทบเป็นเงาซ้อนเรื้อราง ไร้สิ้นความงดงาม ราวกับลิงที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวร้องโวยวาย น่าขันยิ่งนัก
ใบ้เอ้อมุมปากกระตุก โทสะที่ลุกโพลงทั่วอกกลับสลายลงไปเสียน่าประหลาด
เขาให้คนไปฉุดชุนสี่กลับมา บึ้งหน้าแผดเสียง "หุบปาก กล้าส่งเสียงโวยวายอีก ข้าจะฆ่าเจ้า!"
ชุนสี่พลันราวกับไก่ถูกบีบคอ นิ่งเงียบ ไม่กล้าแม้แต่เปล่งเสียง หวาดหวั่นกราบคุกเข่าอยู่บนพื้น
คนใช้ที่มาถึงก่อนใช้ม่านไม้ไผ่สร้างเพิง วางโต๊ะเตี้ย จัดขนมผลไม้ อีกทั้งก่อเตาไฟด้วย
เว่ยหลิงเจ๋อกำลังชงชาด้วยตนเอง
ล้างถ้วยชา เปลี่ยนน้ำต้มชา น้ำชาเดือดพล่าน ไอร้อนลอยฟุ้ง ตัดกับทิวทัศน์ในหุบเขา ยิ่งดูราวกับเทพเซียนหลุดจากโลกีย์
ชาชงแล้ว เขารินใส่ถ้วยหนึ่งวางตรงหน้าเซียวชิงเหอ "ระวังร้อน"
น้ำเสียงอ่อนโยนดุจหยก แววตายิ่งนุ่มนวลลึกซึ้ง
ความวุ่นวายรายรอบมิอาจเข้าหูเขา ความเป็นความตายของชุนสี่ก็มิอาจรบกวนรสชาติของเขา ในสายตาเขาคล้ายเห็นเพียงเซียวชิงเหอผู้เดียว
ช่างเสแสร้งดีแท้
ใบ้เอ้อกลอกตาไปทางขาว ชี้คางไปทางชุนสี่ "ข้างกายข้าขาดแม่นมผู้ซื่อสัตย์ เจ้าอยู่สกุลเว่ยได้เท่าไหร่ต่อเดือน ข้าให้สองเท่า"
ของอย่างเงิน การหามาได้มากมิใช่ของดี มีชีวิตรอดใช้มันจึงเป็นของดี
ชุนสี่เปล่งเสียงร่ำไห้โหยหวน "คุณชายใบ้ ได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันเถิด เมื่อครู่หม่อมฉันมิได้ตั้งใจจริง ๆ หม่อมฉันอดทนจนเป็นสาวแก่แล้ว กว่าจะได้รับพระกรุณาจากฮูหยินคืนอิสรภาพเพคะ หม่อมฉันได้แต่เร่งรีบหาคู่ครอง หลีกหนีการอยู่อย่างเดียวดายจนแก่เฒ่า รบกวนคุณชายใบ้เมตตาด้วยเถิด"
ชุนสี่เอ่ยพลางโขกศีรษะปึงปังต่อเนื่อง
หากเบื้องล่างนางมิใช่แผ่นหญ้านุ่ม คงกะโหลกแตกโลหิตอาบไปแล้ว
สายตาผู้คนทั้งมวลเพ่งไปยังเว่ยหลิงเจ๋อ เว่ยหลิงเจ๋อจิบชาอย่างสงบ ไร้แม้แต่จะขมวดคิ้ว
ครู่หนึ่งต่อมา เซียวชิงเหอเอ่ย "ชนชั้นไพร่ดีมีอิสระในการวิวาห์ คุณชายใบ้เอ้อไม่มีสิทธิ์แทรกแซง"
ใบ้เอ้อยิ้มให้เซียวชิงเหอ หน้าใสซื่อ "ข้าเพียงถามไปเช่นนั้น มิได้บังคับให้นางเป็นแม่นมของข้า นางเป็นฝ่ายคุกเข่าโขกศีรษะเอง มิทราบว่าต้องการให้ผู้ใดสงสาร"
คำนี้พุ่งเป้าอย่างแรงกล้า ในหมู่คนผู้นี้ มีเพียงเว่ยหลิงเจ๋อที่สนิทกับชุนสี่
ผู้ใดก็ทราบดีว่าสกุลเว่ยมีเกียรติศักดิ์ ลูกหลานในตระกูลล้วนรักพวกพ้อง ปีก่อนเว่ยหลิงเจ๋อยังติดตามชุนสี่ไม่ห่าง บัดนี้กลับเฉยเมยเช่นนี้ กลับกลายเป็นว่ามีสิ่งใดคั่งค้างใจ จงใจหลบเลี่ยง
เซียวชิงเหอปลายนิ้วหดงอ หลุบตาลงซ่อนอารมณ์พลัน
สกุลเว่ยและสกุลเซียวผูกสัมพันธ์กันมาแต่บรรพชน นางกับเว่ยหลิงเจ๋อมีสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่เยาว์วัย
สามปีก่อน เว่ยหลิงเจ๋อแสดงฝีมือในสนามรบ ข่าวชัยชนะนำมา ทั้งสองสกุลเริ่มจัดเตรียมงานวิวาห์ หาไม่คิดว่าเว่ยหลิงเจ๋อจะได้รับบาดเจ็บพักพิการไปทั้งร่าง ทั่วทั้งหมอหลวงล้วนหมดสิ้นปัญญา
สกุลเซียวมิได้ถอนหมั้น ทว่าการวิวาห์กลับต้องพับเก็บไว้
ความรู้สึกรักใคร่ฉันเพื่อนร่วมเติบใหญ่นับสิบปี มิอาจทานทานประโยชน์ของตระกูลได้ในที่สุด
ผู้อาวุโสสกุลเว่ยมิได้ตำหนิโทษนาง มิตรภาพทั้งสองสกุลยังคงเดิม ทว่านางรู้ว่าระหว่างนางกับเว่ยหลิงเจ๋อ มีรอยร้าว
สิ่งซึ่งติดคาอยู่ในรอยร้าวนั้น ก็คือชุนสี่
พื้นหลังตระกูลที่คล้ายคลึงทำให้นางเข้าใจถึงความทุกข์ทนของเว่ยหลิงเจ๋อ จากโอรสสวรรค์หล่นลงเป็นผู้ไร้ค่า เพียงพอจะบดขยี้กระดูกสันหลังของเว่ยหลิงเจ๋อให้แตกเป็นเสี่ยง สามปีมานี้เขาเผชิญคำเย้ยหยันนับไม่ถ้วน และพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ห้วงยามอันยากลำบากเช่นนี้ เป็นแม่นมผู้นั้นชื่อชุนสี่ที่คอยเคียงข้างเขา
ต่อให้เว่ยหลิงเจ๋อหลงรักนาง จะเก็บชุนสี่ไว้ข้างกายนางก็ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะหึงหวงริษยา
ทว่ากลับมิได้เก็บเอาไว้ กระทั่งทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ยังคงอ่อนโยนต่อนางดังเดิม
นี่คือชุนสี่ไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ หรือแท้จริงสำคัญเกินกว่าจะรับแม้เพียงน้อยนิดแห่งความขมขื่น จึงต้องสร้างเขตแดนเพื่อปกปักรักษาไว้อย่างรอบคอบ?
เซียวชิงเหอจิตใจหม่นหมอง หางตามองเห็นเว่ยหลิงเจ๋อลุกพรวด ชักกระบี่หลิงซวงชี้ตรงไปยังใบ้เอ้อ
กระบี่หลิงซวงเป็นของฮ่องเต้พระราชทาน เคลียคลอสนามรบซึมซับโลหิต เก็บฝุ่นในฝักสามปี ครั้นออกจากฝักอีกครา ก็ยังคมวาววับ กลิ่นอายสังหารน่าสะพรึง
ใบ้เอ้อสีหน้าปรวนแปร ความเหิมเกริมมลาย "เว่ยหลิงเจ๋อ เจ้าคิดทำสิ่งใด?"
เว่ยหลิงเจ๋อยักคิ้ว กลิ่นอายเซียนปลอดโลกีย์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นจิตสังหารที่ทำให้ผู้คนลนลาน
"ไม่ทำสิ่งใด เจ้าอยากหาที่ตาย ข้าจะส่งให้!"
ใบ้เอ้อหน้าซีด คนทั้งหลายก็หวาดหวั่น
หลังเว่ยหลิงเจ๋อบาดเจ็บ นิสัยเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง สกุลเว่ยปกปิดข่าวคราวไว้ก็จริง แต่มีคนใช้ตายไปหลายคน ในที่สุดข่าวลือเรื่องเว่ยหลิงเจ๋อกลายเป็นคนเสียสติก็เล็ดลอดออกมา
"คุณชายใหญ่เว่ย นายท่านของข้าเป็นเพียงล้อเล่น ท่านอย่าถือสา..."
คนใช้สกุลใบ้เห็นนายตนตกในภยันตราย รีบเข้าไปวิงวอน ทว่าคำพูดยังไม่ทันจบ กระบี่หลิงซวงก็แทงเข้าไปยังน่องของใบ้เอ้อ
เลือดสีแดงฉานพลุ่งพลัน ใบ้เอ้อส่งเสียงร้อง แสนสาหัสกว่าเสียงของชุนสี่เมื่อครู่ยิ่งนัก คุณหนูสกุลสูงผู้ไม่เคยเห็นเลือดตกยางออก ต่างหวาดกลัวจนส่งเสียงร่ำไห้ หลบเลี่ยงไปด้านข้างอย่างลุกลี้ลุกลน สภาพการณ์ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย
เซียวชิงเหอก็สะดุ้งกลัว ทว่ามิได้หลีกหนี กลับกล้าบุกเข้าหา คว้าจับข้อมือที่ถือกระบี่ของเว่ยหลิงเจ๋อ "เว่ยหลาง อย่าได้เป็นเช่นนี้เลย"
ท่ามกลางความโกลาหล เสียงนุ่มนวลของเซียวชิงเหอดุจสายลมใสโชยกลิ่นบุปผา
จิตสังหารของเว่ยหลิงเจ๋อลดจางลง เขาใช้ปลายกระบี่ที่เปื้อนเลือดเชยคางชุนสี่ "สามปีที่เจ้าดูแล ข้านึกว่าเจ้าจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่คาดว่าเจ้าจะทะเยอทะยานเพียงนี้ เจ้ากับไอ้สกุลใบ้คบคิดกันแต่เมื่อใด? ไม้ตายถอยเพื่อรุกก็เป็นเขาสอนเจ้า?"
เลือดบนกระบี่ยังอุ่น กลิ่นคาวเลือดคลุ้งตลบเข้าโพรงจมูก ท้องไส้ชุนสี่ก็พลิกผวนอีกครา