อนุภรรยาคนใหม่

อนุภรรยาคนใหม่

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เรื่องเกาะขาแข็งนั้นรีบร้อนไม่ได้

นางเหนื่อยล้าเกินไป ชุนสี่จึงรีบชำระล้างร่างกายแล้วเข้านอน

วันรุ่งขึ้นจึงเล่าเรื่องไปเที่ยวชมธรรมชาติให้หวังชื่อและพี่สะใภ้ฟัง

พี่สะใภ้ใจเสาะ เมื่อได้ยินว่าเว่ยหลิงเจ๋อแทงใบ้เอ้อหนึ่งกระบี่ ก็รีบยกมือกุมอก “คุณชายใหญ่ช่างใจร้อนนัก น้องหญิงอยู่ในสกุลเว่ยสามปีนี้ช่างยากลำบากยิ่ง”

“คุณชายใหญ่ก็เป็นห่วงว่าจะมีคนยุแยงตะแคงรั่วทำลายวาสนาสมรส” หวังชื่อแย้ง พลางตำหนิชุนสี่ “เจ้าก็ด้วย ไม่อยู่บ้านดี ๆ ออกไปเที่ยวเตร่ทำไม คราวนี้คุณชายใหญ่เข้าใจผิดว่าเจ้าคิดคดทรยศจะทำอย่างไร”

แม้ชุนสี่จะบอกว่าคุณชายสกุลใบบังคับพานางไปด้วย แต่นางออกนอกบ้าน ในสายตาหวังชื่อก็คือผิด

ทั้งยังเอ่ยต่อหน้าเว่ยหลิงเจ๋อว่าจะแต่งงาน นี่มิใช่ตัดทางหนีของตนหรือ

หวังชื่อไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่ชุนสี่ทำ

ชุนสี่ไม่ได้อธิบาย เพียงกล่าวว่า “เรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้นแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะมีภัยพิบัติตามมาอีกเท่าใด ท่านแม่รีบยกข้าออกเรือนเสียแต่เนิ่น ๆ เถิด”

ชุนสี่เอ่ยถึงการแต่งงานอีกครั้ง หวังชื่อเริ่มหวั่นไหว

ชุนสี่ใกล้อายุสิบเก้าแล้ว ก่อนหน้านี้อยู่ที่สกุลเว่ยไม่ค่อยกลับมา เพื่อนบ้านยังไม่เอ่ยอันใด บัดนี้กลับคืนเป็นราษฎรดีแล้ว หากไม่หาคู่หมั้นให้นาง คนอื่นก็จะว่าครอบครัวนี้เป็นปลิงดูดเลือดบุตรสาว

แต่เฉียนชื่อใกล้คลอด ในบ้านมีสมาชิกเพิ่ม รายจ่ายย่อมมากขึ้น เฉียนชื่อก็ต้องพักฟื้น ชุนสี่แต่งงานแล้วก็มิอาจช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวได้เหมือนก่อน ชีวิตย่อมยากลำบากขัดสนอีกครั้ง

สำคัญยิ่งกว่านั้น เงินที่ชุนสี่นำกลับบ้านตลอดหลายปีนี้ใช้หมดสิ้นแล้ว หากชุนสี่ถามหาสินสอดจะทำอย่างไร

เด็กสาวผู้นี้ยามนี้ไม่มีท่านแม่ผู้นี้อยู่ในสายตา

คิดได้ดังนั้น หวังชื่อจึงถลึงตามองพลางตวาด “เป็นกุลสตรีแต่เอาแต่พูดว่าแต่งงานคนไม่เอ็ดอายบ้าง!”

เห็นบรรยากาศไม่ดี เฉียนชื่อจึงรีบเปลี่ยนเรื่องถามชุนสี่ว่ากลับมาได้อย่างไร

ชุนสี่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องได้นั่งรถเทียมมา โกหกว่าตนรีบเข้าเมืองก่อนเคอร์ฟิว ผลคือหิวจนเป็นลมกลางทาง จึงกลับถึงบ้านกลางดึก

เฉียนชื่อจิตใจเรียบง่าย ปลอบใจชุนสี่สองสามคำแล้วไม่ถามไถ่อีก

หลังกินอาหารกลางวันเสร็จ ชุนสี่ถามถึงผ้าแพรพรรณที่สกุลเว่ยส่งมาให้ก่อนหน้านี้ หวังชื่อพลันระแวดระวัง “ของพวกนั้นข้าเก็บไว้ดีแล้ว เจ้าถามถึงเรื่องนี้ทำไม”

แม้ของพวกนั้นจะเป็นของที่ฮูหยินเว่ยประทานให้ชุนสี่ แต่เมื่อของมาถึงบ้านแล้วก็เป็นของที่บ้าน หวังชื่อผู้เป็นมารดาย่อมมีสิทธิ์ขาด

ความระวังของหวังชื่ออยู่ในความคาดหมายของชุนสี่ นางมิได้ใส่ใจผ้าแพรพรรณพวกนี้เลย นับประสาอะไร ในตัวนางยังมีธนบัตรหนึ่งพันตำลึงอยู่

“ข้าหาผู้ซื้อได้แล้ว เขายอมจ่ายสองเท่าของราคาตลาดซื้อผ้าพวกนี้ เมื่อสำเร็จคงได้เกือบพันตำลึง”

“ของพวกนี้มีค่ามากปานนั้นเชียวหรือ” หวังชื่อเบิกตากว้าง จากนั้นเต็มไปด้วยความคลางแคลง “เจ้าคงไม่ถูกหลอกแล้วกระมัง จะมีคนโง่ยอมจ่ายสองเท่าซื้อของได้อย่างไร”

เหตุใดจะไม่มี

คนผู้นั้นถึงกับเสนอตัวมาด้วยซ้ำ

ใบ้เอ้อเพียงให้สัญญาปากเปล่า ต้องฉวยโอกาสตีเหล็กขณะร้อนไว้

ชุนสี่โน้มน้าวหวังชื่อ เตรียมนำผ้าแพรพรรณไปส่งที่สกุลใบ้ เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าผ้าหายไปสองม้วน

“ของพวกนี้อยู่แต่ในเรือนข้ามาตลอด จะหายไปได้อย่างไร เจ้าต้องจำผิดแน่”

“ผ้าสองม้วนนั้นม้วนหนึ่งสีน้ำเงินเข้ม ม้วนหนึ่งสีเขียวทะเลสาบ ทั้งยังเป็นแพรเสฉวน สกุลเว่ยก็มีบันทึกไว้ ท่านแม่จะให้ข้าไปแจ้งทางการจึงจะจำได้หรือไม่”

เห็นชุนสี่ท่าทีแข็งกร้าว หวังชื่อรู้ว่าปิดบังไม่ได้ จึงขวากใส่ชุนสี่พลางว่า “ของวางอยู่ในเรือนข้า ในบ้านก็ไม่มีคนนอก หายไปสองม้วนก็ต้องเป็นข้าเอาไปให้คนอื่น เจ้าจะโวยวายทำไม”

“ท่านพ่อตายแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่ไปมาหาสู่กัน ท่านให้ใครไป”

“แม่สื่อวานนี้เอาไข่มาเยี่ยมสะใภ้ใหญ่ของเจ้า ได้ยินว่าเจ้าได้ของดีมาจากสกุลเว่ยมากมาย ข้าก็ให้นางไปสองม้วน”

หลังจากบิดาของชุนสี่ตาย หวังชื่อรู้สึกว่าไร้สามี ต่ำต้อยกว่าคนในทุกที่ มักจะทำเป็นมั่งมีทั้งที่ขัดสน ยามนั้นเพื่อรับสะใภ้ใหญ่เข้าบ้าน นางก็ถูกเค้นไปมาก ภายหลังยังให้สะใภ้ใหญ่คอยเกื้อหนุนบ้านเดิมมารดาเพื่อค้ำหน้าให้ตน

ชุนสี่ย้อนคิดว่าตนกินซาลาเปาเพิ่มสองลูกหวังชื่อยังไม่ยินดี หันหลังกลับกลับนำแพรเสฉวนชั้นดีไปให้คนอื่นเปล่า ๆ ใจนางพลันเหน็บหนาว

และเมื่อคืนนางกลับช้า หวังชื่อก็ไม่เคยไปแจ้งทางการ ไม่ได้กังวลจนนอนไม่หลับ กระทั่งรู้ความจริง ก็เพียงตำหนินางที่ออกนอกบ้าน มิได้ไถ่ถามถึงนางสักครึ่งคำ

หวังชื่อถูกสายตาเย็นเยียบของชุนสี่มองอย่างไม่สบายใจ เอ็ดอึงแก้ตัวว่า “หลายปีมานี้เจ้าไม่อยู่บ้าน เรื่องในบ้านหลายสิ่งอาศัยแม่สื่อท่านพ่อสื่อช่วยเหลือ อีกไม่นานสะใภ้ใหญ่ของเจ้าก็จะคลอดบุตรให้พี่ใหญ่ของเจ้าแล้ว บ้านเราได้ผ้าแพรพรรณมามากมายนี้ แบ่งให้พวกเขาสองม้วนก็สมควรแล้ว เมื่อเจ้าแต่งออกไป เจ้าจะไม่คิดถึงบ้านเดิมของมารดาหรือ”

กล่าวถึงตอนหลัง หวังชื่อกลับมี底气มากขึ้น

นางให้เฉียนชื่อช่วยเหลือบ้านเดิมมารดาเพื่อเป็นแบบอย่างให้ชุนสี่ ภายหน้าชุนสี่จึงจะคิดหาทางขนของจากบ้านสามีกลับมา

“ท่านแม่รู้ไหมว่าสามปีมานี้บุตรสาวใช้ชีวิตเช่นไร สามปีนี้บุตรสาวมิเคยได้นอนเต็มอิ่มสักคืน ฮูหยินเว่ยยังรู้ว่าบุตรสาวลำบาก จึงประทานของชดเชยให้มากมาย แล้วท่านแม่เล่า เวลาท่านแม่ให้ของเคยนึกถึงบุตรสาวบ้างหรือไม่”

“ข้ามิเคยนึกถึงเจ้าได้อย่างไรกัน ข้าเตือนให้เจ้าคิดการแต่เนิ่น ๆ ให้เจ้าปรนนิบัติคุณชายใหญ่ให้ดี หากเจ้ายอมฟัง ก็ไม่ตกระกำลำบากถึงขั้นมาถกเรื่องผ้าสองม้วนนี้กับข้าในวันนี้ บัดนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ในสกุลเว่ยช่วยคนยกกระโถนเทฉี่ เจ้าดูซิใครยังอยากแต่งกับเจ้า”

หวังชื่อไม่กล้ายอมรับว่าตนไม่รักบุตรสาว โยนความผิดทั้งหมดให้ชุนสี่

เฉียนชื่อฟังอยู่ข้าง ๆ ตื่นตระหนก รุดเข้ามาดึงชุนสี่พลางว่า “น้องหญิงอย่าโกรธท่านแม่เลย ล้วนเป็นความผิดสะใภ้ใหญ่เอง อีกประเดี๋ยวสะใภ้ใหญ่จะกลับบ้านไปเอาผ้าสองม้วนนั้นคืนมา”

ยายของเฉียนชื่อเป็นอัมพาตบนเตียงสองปีจึงเสียชีวิต เฉียนชื่อเคยดูแลยายช่วงหนึ่ง ยามนั้นยังมีคนในบ้านช่วยแบ่งเบาเฉียนชื่อยังรู้สึกไม่ไหว ชุนสี่แบกรับตามลำพังสามปีไม่รู้ต้องทนทุกข์เพียงใด

เฉียนชื่อตาแดงก่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสาร

ชุนสี่เมื่อได้ยินคำกล่าวสุดท้ายของหวังชื่อ ความโกรธทั้งหมดก็สลายไป คนทั้งคนสงบนิ่งอย่างประหลาด

สามปีมานี้นางทนกัดฟันสู้ทั้งวันทั้งคืน เกือบเอาเงินทั้งหมดกลับบ้าน แต่มารดาของนางกลับไม่เคยสงสารนางเลย ยังดูถูกนางเช่นเดียวกับคนอื่น

นางทำงานในสกุลเว่ยยกกระโถนเทฉี่ให้คน ไม่มีครอบครัวดี ๆ เต็มใจแต่งกับนาง ดังนั้นนางจึงควรยอมลดตัวต่ำต้อยไปปีนเตียง ควรหน้าด้านเหนียวแน่นพันพัวเว่ยหลิงเจ๋อขอเป็นอนุ

ที่แท้นางนั่นเองที่เป็นคนโง่เขลา

ชุนสี่รู้สึกน่าขัน และหัวเราะออกมาจริง ๆ

นางมิได้ระบายโทสะกับสะใภ้ใหญ่ กล่าวอย่างสงบว่า “ของที่ส่งออกไปแล้วไหนเลยมีเหตุผลให้ไปเอาคืน ท่านแม่กล่าวถูกแล้ว เป็นเพราะข้าใจแคบเกินไป”

ชุนสี่กล่าวจบ ชักมือออกมองหวังชื่อ “ผ้าเหล่านี้เมื่อส่งถึงบ้านแล้วจะจัดการอย่างไรก็ตามแต่ท่านแม่ บุตรสาวไม่ช้าก็เร็วก็จะกลายเป็นคนนอก ต่อไปจะไม่พูดมากอีก”

หวังชื่อไม่มีปัญญาจะหาผู้ซื้อที่ยอมจ่ายสองเท่าเพื่อซื้อผ้าเหล่านี้มาอีกแล้ว แต่ชุนสี่สีหน้าเคร่งเหมือนถือว่านางเป็นศัตรู นางก็อับอายเกินกว่าจะขอโทษ ได้แต่กล่าวอย่างเคียดแค้นว่า “ข้าว่าเจ้าตั้งใจโกหกหาเรื่อง ไหนเลยจะมีผู้ซื้ออะไร เจ้าก็แค่รู้สึกว่าของพวกนี้ล้วนเป็นของที่เจ้าแบกกลับบ้าน ใครก็แตะต้องไม่ได้ ข้าเองก็ไม่จัดการแล้ว รอเจ้าแต่งงานค่อยให้เป็นสินเดิมของเจ้าติดตัวไปให้หมดเถอะ!”

ชุนสี่สีหน้าไม่เปลี่ยน “ดีเพคะ ขอเพียงมีคนมาสู่ขอแต่งงาน ข้าจะขนของพวกนี้จากไปทันที”

หวังชื่อ “...”

ชีวิตนี้อยู่กันไม่ได้แล้ว!

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com