หวังชื่อเกรงว่าชุนสี่จะเก็บข้าวของมีค่าเหล่านั้นไปเสียจนหมด จึงเอ่ยปากกับทุกคนว่านางอายุยังน้อยก็เป็นม่าย ต้องเลี้ยงดูบุตรสามคนเพียงลำพังช่างยากลำบากเพียงใด แล้วยังเล่าอีกว่าครั้นตั้งครรภ์ชุนสี่นั้นร่างกายไม่สบายเพียงใด ภายหลังถึงขั้นเกือบคลอดยากจนเสียชีวิต
คำพูดเหล่านี้ชุนสี่ฟังจนหูด้านชา
นางขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับหวังชื่อ สุดท้ายก็ออกไปซื้อธูปเทียนกับสุราชั้นดีหนึ่งไห แล้วไปที่สุสานเพื่อคารวะบิดา
หลังจากปีใหม่ครอบครัวเพิ่งมาเซ่นไหว้ สุสานจึงถูกปัดกวาดอย่างสะอาดหมดจด
ชุนสี่จุดธูปเทียน เผากระดาษเงินกระดาษทอง คุกเข่าโขกศีรษะอย่างเคารพสามครั้ง สุดท้ายก็รินสุราให้บิดา แล้วจึงนั่งลงตรงหน้าหลุมศพอย่างไม่ใส่ใจ
“ท่านพ่อ หลายปีมานี้ข้ามิได้มาเยี่ยมท่านเลย มิใช่ว่าข้าลูกอกตัญญู หนึ่งคือข้าขายตัวเป็นทาสแล้ว ตัวข้าถึงมีอาจทำตามใจปรารถนา สองคือเกรงว่าท่านพ่อเห็นแล้วจะปวดใจ”
บิดาของชุนสี่เป็นนักเดินสาร ในความทรงจำของชุนสี่ท่านสูงใหญ่ยิ่งนัก แต่เคร่งขรึมแม้แต่น้อยไม่ กลับเป็นคนชอบหัวเราะ ทุกครั้งที่กลับจากเดินสารจะนำของเล่นแปลกประหลาดนานาชนิดมาให้นาง แล้วยังอุ้มนางขึ้นสูง ให้นางขี่บนบ่าเล่น
ท่านพ่อรักใคร่เอ็นดูนางยิ่งนัก ไม่เพียงสอนให้นางอ่านหนังสือรู้หนังสือ ยังสอนวิทยายุทธ์ให้นางอย่างใกล้ชิด
ท่านแม่กล่าวว่าสตรีควรอ่อนหวานอ่อนโยนจึงจะดี ท่านพ่อกลับกล่าวว่าบุตรีของเขาเพียงไม่ถูกผู้ใดรังแกก็พอแล้ว
เมื่อรู้ว่าท่านพ่อรักตน ชุนสี่ก็ฟ้องกล่าวโทษมารดาของนางอย่างไม่หยุดปาก
“ครั้นขายตัว ท่านแม่ว่าเพียงพี่ใหญ่หางานทำได้ ก็จะรวบรวมเงินมาไถ่ตัวข้าแล้วรับกลับบ้าน สุดท้ายท่านแม่กลับกล่าวว่าเสี่ยวเหวินต้องเรียนหนังสือ พี่ใหญ่ต้องแต่งเมีย ข้าอยู่ที่สกุลเว่ยก็ดีอยู่แล้ว”
