น้ำดอกไม้ สเปรย์ไล่แมลง และกำไลกันยุง
สามอย่างนี้แหละ ไม่ผิดแน่!
หลังจากสวีตงเหลียนยืนยันกับพนักงานขายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนไม่ได้ซื้อผิด นางก็ใส่ของลงในรถเข็น
บนภูเขามียุงและแมลงมาก สวีตงเหลียนซื้อสเปรย์ไล่ยุงมา 17 ขวด เผื่อพกติดตัวเวลาเข้าป่าไปเก็บผักป่า ส่วนน้ำดอกไม้ใช้ทาหลังถูกยุงกัดเพื่อลดอาการบวม นางลองดมดู กลิ่นเย็นสดชื่น สูดแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าดี จึงซื้อมาอีก 17 ขวด
กำไลกันยุงค่อนข้างแพงอยู่บ้าง แต่ขอเพียงสวมไว้ ยุงก็จะไม่บินตามมากัด สวีตงเหลียนจึงซื้อมาเพียง 4 วง ผิงผิง จู้จื่อ สือโถว และเสี่ยวฮวาคนละวง หลังจ่ายเงินแล้ว พนักงานขายจึงบอกนางว่ากำไลกันยุงมีอายุการใช้งาน 30 วัน หลังจากนั้นจะไม่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุง ต้องเติมน้ำมันหอมระเหยไล่ยุงลงไปใหม่ ทางร้านแถมน้ำมันหอมระเหยให้ส่วนหนึ่ง บอกว่าเติมเดือนละครั้งก็ใช้ได้นานถึงครึ่งปี
นางนึกว่าสวมแล้วจะกันยุงได้ตลอดไป จึงกัดฟันซื้อมา
สวีตงเหลียนลำบากใจขึ้นมา แต่จ่ายเงินไปแล้ว จะให้กลับไปขอคืนก็รู้สึกกระดาก
ระหว่างทางออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต สวีตงเหลียนบ่นพึมพำมาตลอดทาง
“วงละ 69 ใช้ได้แค่ครึ่งปี กำไล 4 วงหมดไป 276 ข้ายังนึกว่าจะใช้ได้ตลอดเสียอีก...”
สวีตงเหลียนไม่ค่อยสบายใจ มิใช่เพราะเสียดายเงินที่ใช้จ่ายให้เด็ก ๆ
เพียงแต่พนักงานขายไม่ได้บอกให้ชัดเจน พอจ่ายเงินแล้วถึงค่อยพูด ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกหลอกเอาเงิน
พูดไปพูดมา ก็โทษตัวเองที่อ่านหนังสือไม่ออก
บนนี้มีคู่มืออยู่แท้ ๆ หากอ่านออกก็คงเข้าใจหมดแล้ว
แต่คนธรรมดาสามัญอย่างพวกนางจะมีโอกาสได้เรียนหนังสือรู้ตัวอักษรที่ไหน
ค่าเล่าเรียนในโรงเรียน รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับกระดาษ หมึก พู่กัน และแท่งฝนหมึก ล้วนเป็นสิ่งที่ครอบครัวทั่วไปแบกรับไม่ไหว
สวีตงเหลียนก้มหน้าเดินอย่างห่อเหี่ยว ระหว่างทางมีคนยื่นใบปลิวให้นาง นางรับมาโดยไม่คิดอะไร แต่ดูไม่ออกว่าบนนั้นเขียนอะไรไว้ เห็นเพียงหญิงชราคนหนึ่งถือหนังสืออยู่ในมือ ดูกระปรี้กระเปร่ามาก
สวีตงเหลียนส่ายหน้า เรื่องเล็กน้อยแค่นั้น มีอะไรให้ต้องเศร้าใจด้วย
