สวีตงเหลียนแตะเข้าไปในแชตกลุ่ม เสียงที่ยังไม่ได้ฟังดังเด้งขึ้นมาต่อเนื่องกัน
นี่คือกลุ่มซื้อผักของนาง สมาชิกในกลุ่มล้วนเป็นลูกค้าที่มาซื้อผักจากแผงของนางเมื่อเช้านี้
ข้อความที่พรั่งพรูเข้ามาทำให้นางรับมือแทบไม่ทัน
นางกดเปิดข้อความเสียงหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงหญิงสาววัยเยาว์ น้ำเสียงใสแหลมและลากสูง
“เล่นละครให้ใครดู คิดว่าพวกเราเป็นคนโง่หรือไง ถึงจะเชื่อหล่อน?”
หลังจากกดเปิดข้อความนี้ ข้อความข้างล่างก็เริ่มเล่นต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ เสียงถัดมาเป็นของชายหนุ่มคนหนึ่ง
“เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ไม่ใช่หล่อนพูดแล้วจะนับ แต่เป็นพวกเราที่เป็นคนซื้อพูดต่างหาก”
จากนั้นก็เป็นเสียงหญิงสาวอีกคน เสียงเบาแต่ฟังดูสุขุม
“เคยคิดไหมว่าเบื้องหลังเรื่องที่หล่อนทำมีแรงจูงใจอะไร? ฉันเห็นใต้ความคิดเห็นในวิดีโอของหล่อน มีคนเชื่อคำพูดหล่อนอยู่ไม่น้อยแล้ว คนในกลุ่มเราไปช่วยอธิบาย ยังถูกโจมตีว่าถูกซื้อมาอีก คนที่รู้ความจริงกลับถูกพวกที่ไม่รู้อะไรโจมตี ช่างน่าขันจริง ๆ”
“ฉันว่า หล่อนจงใจเรียกยอดเข้าชมแล้วใส่ร้ายคนอื่นชัด ๆ!”
สวีตงเหลียนฟังจนงุนงงไปหมด พวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน?
“พี่สาวที่ขายผักยังไม่โผล่มาอีกเหรอ?” มีคนถาม
“คงยังไม่เห็นโทรศัพท์ล่ะมั้ง คนสูงวัยเข้านอนเร็ว”
สวีตงเหลียนฟังประโยคนี้เข้าใจ พวกเขากำลังพูดถึงนาง
สวีตงเหลียนเลื่อนดูประวัติแชตขึ้นไป ด้านบนสุดมีลิงก์อยู่หนึ่งรายการ
ใต้ลิงก์มีข้อความเสียงหนึ่งข้อความ
“คุณป้า รีบกดเข้าไปดูเร็ว มีคนใส่ร้ายคุณ”
สวีตงเหลียนกดลิงก์เข้าไป หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นโต่วอินทันที
ในภาพจากโทรศัพท์ หลี่ชุ่ยฮวานั่งอยู่ในห้องเก่าซอมซ่อ สวีตงเหลียนจำที่นี่ได้ว่าเป็นแถวย่านรื้อถอน แต่ได้ยินพี่หลี่บอกว่า หลี่ชุ่ยฮวากับสามีซื้อบ้านไว้สองหลัง ที่บ้านไม่ขัดสนเงินทอง ทั้งยังขับรถคันโต เหตุใดถึงมาถ่ายวิดีโอในบ้านพัง ๆ แถวย่านรื้อถอนกันเล่า?
หล่อนนั่งอยู่ในห้องเก่าคร่ำคร่า เบื้องบนมีโคมไฟสีเหลืองหม่นส่องลงมา สวมเสื้อกล้ามผ้าฝ้ายพิมพ์ลายดอก แล้วจ้องมองหน้าจอ
