ช่วงบ่าย สวีตงเหลียนมาตรงเวลาที่ชั้นเรียนสอนอ่านเขียนของชุมชน
หลิวเหอฮวามาถึงก่อนนาง พอเห็นสวีตงเหลียนก็โบกมือเรียก
สวีตงเหลียนเดินเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับนาง
ครูสาวเดินเข้ามาสอน เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวมกระโปรงสีอ่อนกับเสื้อเชิ้ตสีขาวประดับลูกไม้ ผมยาวสลวยปล่อยคลอไหล่ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต งดงามและดูเหมาะสม
นางเป็นอาสาสมัครของชั้นเรียนสอนอ่านเขียน ชื่อคุณครูอวี๋ เพิ่งจบการศึกษา
มาที่นี่โดยไม่รับเงิน เป็นอาสาสมัครช่วยงาน
“คุณป้าทั้งหลายคะ วันนี้ครูจะเริ่มสอนแล้ว เมื่อวานเราเรียนตัวอักษรจีนที่พบบ่อยที่สุดกันไป วันนี้จะเริ่มเรียนคำเรียกคน เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย...”
หลังจบคาบ สวีตงเหลียนเขียนไปเต็มกระดาษสองหน้า ทั้งลำดับขีดและพินอินก็แยกหมวดหมู่ไว้เป็นอย่างดี ลายมือเรียบร้อย แถมยังได้ดอกไม้แดงดอกเล็กมาหนึ่งดอก
สวีตงเหลียนได้รับคำชม ย่อมดีใจเป็นธรรมดา
หลิวเหอฮวาตั้งใจเรียนเป็นพิเศษในวันนี้ จึงได้ดอกไม้แดงดอกเล็กมาหนึ่งดอกเช่นกัน
นักเรียนสูงวัยทุกคนที่อยู่ในห้องต่างมีเหตุผลสมควรได้รับดอกไม้แดง
หลิวเหอฮวาหัวเราะคิก “คุณครูอวี๋ปฏิบัติกับพวกเราเหมือนเด็กเลย”
สวีตงเหลียนหันไปมองหลิวเหอฮวา “หมายความว่าอย่างไร?”
หลิวเหอฮวาคิดจะบอกว่า หลานชายของตนพอได้รับคำชมจากครูก็ได้ดอกไม้แดงเหมือนกัน แต่คิดแล้วก็ไม่ได้พูดออกไป
เพราะสวีตงเหลียนได้รับดอกไม้แดงแล้วดีใจจากใจจริง
หลังเลิกเรียน หลิวเหอฮวาจูงสวีตงเหลียนไปเที่ยวบ้านของนาง
บ้านของหลิวเหอฮวาอยู่ละแวกนี้ เป็นบ้านสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น เก็บกวาดสะอาดเรียบร้อย บนผนังแขวนโทรทัศน์ บนโต๊ะน้ำชาวางผลไม้อบแห้งกับผลไม้สดไว้
หลิวเหอฮวาเรียกทุกคนที่เต้นรำออกกำลังกายที่ลานกว้างด้วยกันเมื่อวานมา
นางชงชาให้ทุกคน จากนั้นก็เริ่มวางแผนว่าจะไปจับจองพื้นที่ตรงไหน ท่าทางราวกับกำลังยกทัพยึดเมือง
สวีตงเหลียนจิบชา กินขนม รสชาตินี้ไม่เลว เพียงแต่ชาค่อนข้างเก่าไปสักหน่อย
หลิวเหอฮวาบอกว่านี่คือชาต้นไม้โบราณ มีคนมอบให้ หนึ่งชั่งราคาหลายพันหยวน และเป็นชาต้นไม้โบราณที่มีอายุไม่มากนัก หากมีอายุนับร้อยปี ราคาก็อาจสูงถึงชั่งละหนึ่งหมื่นกว่าหยวน
