ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าหม่นมัว ดูท่าค่ำมืดใกล้เข้ามาเต็มที ยามโหย่วใกล้สิ้นสุด อีกไม่นานก็จะถึงยามซวี
สวีตงเหลียนยังไม่กลับมา ทำเอาชาวหมู่บ้านเถาฮวาร้อนใจแทบแย่
หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในโลกปัจจุบัน?
หรือไม่ก็ประสบอันตราย!
พวกเขาหาตัวสวีตงเหลียนไม่พบ ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่ภาวนาขอให้สวรรค์คุ้มครอง
ทันทีที่สวีตงเหลียนกลับมา นางก็เห็นทุกคนในลานบ้านกำลังคุกเข่าคารวะอย่างเลื่อมใส
“พวกท่านกำลังทำอะไรกัน?” สวีตงเหลียนถาม
พอได้ยินเสียง ทุกคนก็หันมาพร้อมกัน ครั้นเห็นสวีตงเหลียนยืนอยู่ตรงนั้นอย่างปลอดภัย ก็พากันกรูเข้ามาหา
“ตงเหลียน ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“วันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมกลับมาดึกขนาดนี้?”
“คุณย่า!”
ผิงผิงกับจู้จื่อโผเข้ากอดขาของนาง
สวีตงเหลียนวางอาหารที่ห่อกลับมาลงบนโต๊ะ
วันนี้สวีตงเหลียนไปร้านอาหารไหลฝูค่อนข้างช้า เสี่ยวเฉินจึงห่อกับข้าวมาให้มากกว่าปกติ
พออาหารขึ้นโต๊ะ ป้าจ่าวก็ยกข้าวสวยที่เพิ่งนึ่งเสร็จมาให้ ฟ้ามืดลงแล้ว บนโต๊ะจุดตะเกียงน้ำมัน ทุกคนนั่งกินข้าวใต้แสงตะเกียง พลางฟังเรื่องที่สวีตงเหลียนพบเจอในโลกปัจจุบันวันนี้
ครั้นพูดถึงการเต้นรำกลางลาน และกล่องใบใหญ่ที่ร้องเพลงได้ ใบหน้าของทุกคนก็เผยสีหน้าตื่นตะลึง
อย่างไรก็ตาม ระยะนี้ชาวหมู่บ้านเถาฮวาค่อย ๆ ปรับตัวรับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
เพราะแสงหลากสีและเสียงเพลงจากรถบังคับวิทยุได้เปิดโลกทัศน์ของพวกเขาไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่นานมานี้ยังมีดาบวิเศษเล่มใหญ่ที่ร้องเพลงได้และเปล่งแสงเพิ่มมาอีกด้วย
ของประหลาดเช่นนี้ ที่แท้เป็นของเล่นที่เด็ก ๆ ในโลกปัจจุบันเล่นกัน
ของเล่นเด็กในโลกปัจจุบันยังแปลกประหลาดถึงเพียงนี้ แล้วของที่ผู้ใหญ่เล่นกันย่อมต้องแปลกยิ่งกว่าแน่!
“ไว้มีโอกาส ข้าจะเอามาสักชิ้น พอกินข้าวเสร็จพวกเราก็มาเต้นด้วยกันที่ลานบ้านของเรา” สวีตงเหลียนวาดตำแหน่งคร่าว ๆ ให้ดู
ทุกคนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน
ของแปลกจากโลกปัจจุบัน หมู่บ้านของเราก็มีได้เหมือนกัน!
สวีตงเหลียนเหลือบมองห้องข้าง ๆ วันนี้หวังซิ่วจวี๋ไม่ได้ออกมากินข้าว
นางแยกอาหารไว้ให้หวังซิ่วจวี๋หนึ่งชุด ก่อนเคาะประตูห้องของอีกฝ่าย
“พี่หวัง” นางเรียก
