ยายทะลุสองโลก ขายผักป่าเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านในยุคโบราณ

ตอนที่ 2 ท่านย่าทะลุสองภพ ขายผักป่าเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านโบราณ

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

สวีตงเหลียนทำตามคำแนะนำของเถ้าแก่ เดินมาถึงหน้าสถานีรับส่งพัสดุ

สถานีรับส่งพัสดุที่นี่ไม่เหมือนกับสถานีรับส่งของพวกนางเลย ไม่มีม้าส่งสารหรือเพิงหญ้า มีเพียงสิ่งของที่ส่งเสียงดังติ๊ด ๆ กับกล่องกองโต

อ้าว นี่มิใช่กล่องที่ข้าต้องการหรอกหรือ?

นางเฝ้าอยู่ไม่ไกล ไม่นานก็มีคนมารับของ พอหยิบของออกจากกล่องแล้วก็แกะกล่องทิ้งลงในถังใบใหญ่สีเขียว

เก็บกลับไปได้หรือไม่?

คงต้องถามดูก่อน

สวีตงเหลียนเดินไปยังถังสีเขียวใบใหญ่ ชี้ไปที่กล่องกระดาษในนั้นแล้วถามว่า “พ่อหนุ่ม กล่องกระดาษพวกนี้ยังเอาอยู่หรือไม่?”

“ไม่เอาแล้วครับคุณป้า ถ้าคุณป้าอยากได้ก็เอาไปเลย รอก่อนนะครับ ยังมีอีกกล่อง เดี๋ยวผมแกะให้”

“ได้ ขอบใจเจ้ามาก”

“คุณป้าไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมเอากล่องกระดาษพวกนี้กลับไปก็เกะกะอยู่ดี ไว้สุดท้ายก็ต้องทิ้ง”

สวีตงเหลียนมองพ่อหนุ่มหยิบมีดเล่มเล็กออกมา แกะกล่องแล้วนำแต่ของข้างในใส่ถุง จากนั้นก็ยื่นกล่องกระดาษที่ไม่ต้องการให้นาง

ตอนอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่า สวีตงเหลียนเคยเห็นคนอื่นแกะกล่อง เพียงกรีดฟิล์มใสบาง ๆ ที่ก้นกล่องออก แล้วพับกล่องเก็บไว้ก็พอ

นางลองทำดู ฟิล์มนี้ฉีกยากอยู่เหมือนกัน นางจึงหาเศษเหล็กปลายแหลมแถว ๆ นั้นมา กรีดเบา ๆ ก็ขาดออก

เพิ่งพับกล่องเสร็จ ก็มีคนมาอีก

คราวนี้เป็นพี่สาวคนหนึ่ง นางลากรถเข็นมีล้อมา ข้างกายยังมีเด็กอ้วนจ้ำม่ำตามมาด้วย

เลี้ยงดูได้ดีจริง ๆ ขาวอวบ น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

สวีตงเหลียนนึกถึงหลาน ๆ ของตนที่หิวจนซูบเหลือง มีเพียงท้องที่ป่องกลม นั่นเป็นเพราะมีพยาธิอยู่ในท้อง ดูดเอาสารอาหารไปทั้งยังเบียดกินพื้นที่ท้อง ยามเกิดทุพภิกขภัย อาหารมีไม่พอ พยาธิในท้องก็พากันดิ้นป่วนจนปวดท้องบิด ทว่าไม่มีหนทางรักษา

สามปีก่อน มีเจ้าหน้าที่จากทางการมาที่หมู่บ้านและพาลูกชายทั้งสามของนางไป หลังพวกเขาจากไปได้ไม่นาน หมู่บ้านก็เกิดทุพภิกขภัย ลูกสะใภ้คนโตหลินเจวียนหงออกไปตามหาพวกเขา ตั้งแต่นั้นจนบัดนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราว

ลูกสะใภ้คนรองผิงชุ่ยร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูก ทั้งขาดอาหารมาเป็นเวลานานและยังเจ็บป่วย ปีที่แล้วนางก็จากไป เหลือเพียงผิงผิงกับโต้วโต้ว เด็กน้อยน่าสงสารสองคน

ส่วนลูกสะใภ้คนเล็กโจวกุ้ยฮวา... ตั้งแต่ปีก่อนก็พาลูกไปแต่งงานใหม่ที่หมู่บ้านอื่นแล้ว

ยามนี้ในบ้านเหลือเพียงนางกับหลานสองคนที่พึ่งพาอาศัยกัน

ผิงผิงกับจู้จื่อรู้ความมาก ปกติช่วยทำงานบ้านและงานไร่ ไม่ทำให้สวีตงเหลียนต้องกังวลแม้แต่น้อย เมื่อมีเด็กน้อยสองคนอยู่ในบ้าน ก็ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้น

แม้ชีวิตจะยากลำบาก แต่สวีตงเหลียนไม่รู้สึกขมขื่นเลยแม้แต่น้อย

สวีตงเหลียนคิดว่า ในโลกใบนี้หาเงินได้ ต่อไปต้องเลี้ยงผิงผิงกับจู้จื่อให้ขาวอวบเหมือนเด็กคนนี้ให้จงได้

นางมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว นั่นคือหาเงิน!

สวีตงเหลียนไม่ประหม่าแล้ว นางเดินเข้าไปถามว่า “พี่สาว กล่องกระดาษพวกนี้ยังเอาอยู่หรือไม่?”

“ไม่เอาแล้ว รอเดี๋ยวนะ”

พี่สาวคนนั้นใช้มีดกรีดแกะกล่องเหมือนชายหนุ่มเมื่อครู่ ไม่นานก็แยกกล่องออกมาได้ใบหนึ่ง ในนั้นบรรจุขนมปังไส้ถั่วแดงเต็มกล่อง

เด็กอ้วนอยากกิน จึงแกะออกมาชิ้นหนึ่ง

สวีตงเหลียนเห็นเขากัดกินทีละคำ

ท้องของนางร้องจ๊อก ๆ พี่สาวคนนั้นจึงยื่นขนมปังให้นางสองชิ้นอย่างมีน้ำใจ

“น้องสาว เอานี่ไปสิ เป็นขนมปังไส้ถั่วแดง อร่อยมากเลย”

สวีตงเหลียนโบกมือ “ข้ารับกล่องกระดาษที่ท่านให้มาก็มากพอแล้ว จะรับของพวกนี้อีกไม่ได้”

พี่สาวคนนั้นยืนกรานยัดขนมปังให้สวีตงเหลียน ก่อนจะพาหลานชายจากไป

สวีตงเหลียนมองขนมปังนุ่มนิ่มสองชิ้นในมือ นางตัดใจหักกินสักคำไม่ลง

กลืนน้ำลายลงคอแล้วก็ยัดขนมปังใส่ห่อผ้าเก่า ๆ

เอากลับไปให้ผิงผิงกับจู้จื่อกิน

ไม่นานก็มีคนมารับพัสดุอีก สวีตงเหลียนจึงเข้าไปถามต่อ

จากตอนแรกที่ไม่กล้าเอ่ยปาก จนถึงตอนนี้ที่ถามได้คล่องปรื๋อ สวีตงเหลียนใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที

นางพอจะมองออกแล้วว่าโลกใบนี้ไม่ธรรมดา พวกเขาซื้อของสารพัดอย่าง แล้วบรรจุใส่กล่องมารับกันที่สถานี

เมื่อเปิดกล่องกระดาษออก ข้างในมีของสารพัด ทั้งของกิน ของใช้ และสิ่งของหน้าตาประหลาดอีกมากมาย

สวีตงเหลียนดูไม่ออกว่ามันคืออะไร

แต่นางคิดว่าที่นี่อาจเป็นแดนเซียน ส่วนกล่องกระดาษเหล่านี้คงตกลงมาจากสวรรค์ชั้นที่สูงยิ่งกว่า

เซียนเหล่านั้นมารับของที่สถานี

เซียนไม่เห็นแก่เงินเล็กน้อยที่ขายกล่องกระดาษจะได้มา ส่วนใหญ่จึงไม่เอากล่องไป

สวีตงเหลียนเข้าไปถาม แทบทุกคนก็ยกกล่องให้นาง

ไม่นานนางก็เก็บกล่องกระดาษได้กองใหญ่

พูดตามตรง การเก็บกล่องกระดาษช่างชวนให้ติดใจยิ่งนัก

ก็เหมือนหลังฝนตกแล้วเข้าป่าไปเก็บเห็ด เก็บทีละดอก ต่อให้ตะกร้าไม้ไผ่เต็มแล้วก็ยังไม่อยากกลับ

โดยเฉพาะเมื่อคิดว่ากล่องกระดาษแต่ละใบล้วนแลกเป็นเงินได้ สวีตงเหลียนก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทั้งตัว

เมื่อเก็บได้มากพอแล้ว สวีตงเหลียนจึงเลิกเฝ้าอยู่ต่อ

นางถือห่อกล่องกระดาษไว้ข้างละสองมัด เดินทางไปถึงร้านรับซื้อของเก่าก่อนฟ้ามืด

ระหว่างทาง นางมองจนตาลาย ร้านค้าสองข้างทางส่องแสงสว่างทั้งด้านในและด้านนอก มีทั้งแสงสีแดง น้ำเงิน ม่วง ระยิบระยับสารพัดแบบ มองอย่างไรก็ไม่รู้เบื่อ

ยังดีที่สวีตงเหลียนมีความจำเส้นทางดีและคุ้นเคยกับการหาทาง ไม่เช่นนั้นมองปราดเดียวคงจำทางไม่ได้จริง ๆ

ร้านรับซื้อของเก่ายังไม่ปิด แต่ไม่ต้องต่อแถวแล้ว

สวีตงเหลียนวางกล่องกระดาษที่ขนมาทั้งหมดลงบนตาชั่งอิเล็กทรอนิกส์ เถ้าแก่มองแวบหนึ่งแล้วหยิบธนบัตรออกมาสองใบ

ใบหนึ่งเป็นธนบัตรสิบหยวน อีกใบเป็นธนบัตรห้าหยวน

สวีตงเหลียนไม่รู้จักเงินของที่นี่ จึงไม่แน่ใจว่าจะซื้ออะไรได้บ้าง แต่จำธนบัตรห้าหยวนในมือได้

ก่อนหน้านี้นางซื้อเกลือสองชั่งที่ร้าน แล้วยังได้เงินทอนมาหนึ่งหยวน

เงินในมือคราวนี้มีมากกว่าครั้งก่อนอยู่ไม่น้อย

สวีตงเหลียนเดินกลับไปยังหน้าร้านเดิม

ไม่เหมือนตอนกลางวัน ป้ายหน้าร้านส่องแสงสว่าง ภายในร้านก็สว่างไสวเช่นกัน

แสงไฟสีขาวส่องให้เห็นชัดเจน สว่างกว่าคบเพลิงกับโคมไฟในหมู่บ้านมากนัก

สวีตงเหลียนยิ่งมั่นใจว่าที่นี่ต้องเป็นที่พำนักของเซียน มิฉะนั้นจะมีของวิเศษเช่นนี้ได้อย่างไร

เถ้าแก่ร้านขายของชำกำลังถือสิ่งของทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เปล่งแสงได้อยู่ สวีตงเหลียนยืนตรงหน้าร้านแล้วเอ่ยเรียก “เถ้าแก่”

เถ้าแก่ร้านวางโทรศัพท์ลงแล้วหันมามองนาง

“คุณป้า คราวนี้จะเอาอะไรครับ?”

สวีตงเหลียนชี้ไปยังแผงวางสินค้าหน้าร้านที่มีไข่ไก่วางอยู่ นางเห็นป้ายข้างไข่เขียนเลขสิบ ซึ่งตรงกับราคาที่ปรากฏบนธนบัตรในมือ

“เงินพวกนี้ซื้อได้หรือไม่?”

สวีตงเหลียนถือเงินสิบห้าหยวนถามเถ้าแก่

“ไข่ไก่แผงละสิบหยวนครับ ตอนนี้กำลังจัดโปรโมชันอยู่ คุณป้าอยากได้ไหมครับ ผมแถมให้อีกสองฟอง”

“ข้าเอา!”

เถ้าแก่แกะถุงพลาสติกสีแดงใบใหญ่ออกอย่างรวดเร็ว ใส่ไข่ไก่ทั้งแผงลงในถุง แล้วยังแถมให้สวีตงเหลียนอีกสองฟอง

สวีตงเหลียนเข้าใจแล้ว ตัวเลขเหล่านี้คือราคาสินค้านั่นเอง!

นางมองไปยังแผงขายของ เห็นแป้งสาลีสีขาวถุงหนึ่งราคา 6 หยวน

เงินในมือของสวีตงเหลียนเหลืออยู่ 6 หยวนพอดี

“เถ้าแก่ แป้งสาลีถุงนี้ข้าก็เอาด้วย”

“แป้งถุงนี้ใกล้หมดอายุแล้วครับ ถ้าคุณป้าจะเอา ผมแถมให้อีกถุง หมดอายุในอีกไม่ถึงสามวัน ต้องกินให้หมดเร็ว ๆ นะครับ”

เถ้าแก่หยิบแป้งสาลีอีกถุงที่เหมือนกันทุกประการออกมาจากตู้ บรรจุใส่ถุงพลาสติกสีแดงใบใหญ่ แล้วยื่นให้สวีตงเหลียน

สวีตงเหลียนมองแป้งกับไข่ในถุง ขอบตาค่อย ๆ แดงขึ้น

“เด็ก ๆ มีทางรอดแล้ว”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป