ขอเพียงเคยไปสถานที่ใดสักครั้ง สวีตงเหลียนก็จะจดจำสภาพแวดล้อมโดยรอบไว้ได้ เมื่อมีภาพจำอยู่ในใจ ความสามารถในการทะลุมิติได้อย่างอิสระก็จะปลดล็อก
คราวก่อนที่มาสถาบันทำขาเทียม เธอนั่งรถไฟฟ้าคันเล็กของอวี๋ซู่ซู่มา
คราวนี้ เพียงสวีตงเหลียนคิดในใจ ก็สามารถทะลุมิติมาที่นี่ได้แล้ว!
เมื่อครู่ก่อนเธอยังอยู่แถวคลังสินค้าของร้านค้าออนไลน์ ทว่าตอนนี้กลับมาอยู่ที่ชั้นล่างของอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งสถาบันทำขาเทียมแล้ว
เธอเข้าไปในอาคาร ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ แล้วก็พบสำนักงานของพวกเขา
พอผลักประตูกระจกเข้าไป เสี่ยวซูก็เดินเข้ามาต้อนรับ
“คุณป้าสวี มาแล้วเหรอครับ!”
ผู้จัดการของสถาบันก็มาด้วย เป็นหญิงสาวที่ดูคล่องแคล่วและมีความสามารถ อายุอานามน่าจะมากกว่าอวี๋ซู่ซู่เล็กน้อย แต่ดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก
เธอผายมือเชื้อเชิญ
“เชิญนั่งค่ะ”
สวีตงเหลียนนั่งลงบนโซฟาสำหรับรับรองแขก
เสี่ยวซูยกชาร้อนอุ่น ๆ มาให้ จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผู้จัดการ
“ขาเทียมที่คุณสั่งทำ หลังจากวัดแบบแล้ว เราทำชิ้นงานรุ่นแรกเสร็จเรียบร้อยค่ะ คุณเอากลับไปให้เขาลองใส่ดูก่อน ถ้าเดินแล้วไม่สบาย หรือรู้สึกว่าข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้าง ก็เอากลับมาได้ทุกเมื่อ ทางเราจะปรับให้จนกว่าคุณจะพอใจค่ะ” ผู้จัดการกล่าว
เสี่ยวซูยกกล่องทรงยาวใบหนึ่งเข้ามา พอเปิดออก ข้างในก็มีขาเทียมที่ดูเหมือนขาจริงอยู่ข้างหนึ่ง
สวีตงเหลียนเห็นแวบแรกก็ใจเต้นตึกตัก ครั้นรู้ว่าไม่ใช่ขาคนจริง ๆ ความหวาดกลัวจึงแปรเปลี่ยนเป็นความยินดี
“ขาข้างนี้เหมือนของจริงเลย!”
เสี่ยวซูกับผู้จัดการสบตากัน พวกเขาเคยต้อนรับลูกค้าที่มีประสบการณ์คล้ายกันมามาก ได้ยินคำพูดทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าทุกครั้งที่ได้ยินอีกครั้ง ในใจก็ยังเกิดความภาคภูมิใจและความยินดีจากใจจริงขึ้นมา
“ราคาเท่าไรหรือ?” สวีตงเหลียนตื่นเต้นจนเสียงแหบพร่า กระทั่งตัวเธอเองยังฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงของตน
“หลังจากยื่นขอเงินช่วยเหลือให้คุณแล้ว จ่ายเพียง 3,200 หยวนก็พอค่ะ” ผู้จัดการตอบ
สวีตงเหลียนหยิบเงินที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา แล้วนับเงิน 3,200 หยวนให้ มีทั้งธนบัตรและเหรียญครบถ้วน
