หมู่บ้านเถาฮวาต้องใช้แรงงานสร้างบ้าน
ศึกสงครามด้านนอกยังไม่สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มในหมู่บ้านที่ถูกเกณฑ์ทหารไปจึงยังกลับมาไม่ได้
ทุกคนหารือกันแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจให้อยู่ต่อ
รอให้เขาช่วยสร้างบ้านเสร็จก่อนค่อยปล่อยให้ไป
ก่อนกลับ สวีตงเหลียนไปหาหลินตู้เจวียน แล้วเล่าเรื่องที่คนจากโลกยุคปัจจุบันอยากซื้อเสื้อผ้าที่นางตัดเย็บให้ฟัง
หลินตู้เจวียนตกตะลึงจนเบิกตากว้าง ครู่ใหญ่ถึงกับหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำเพราะกลั้นหายใจ
หลังจากสงบใจลงและสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง ดวงตาของนางก็เป็นประกาย น้ำเสียงสั่นเครือ
“คนจากโลกยุคปัจจุบัน... อยากได้เสื้อผ้าที่ข้าทำจริงหรือ?” น้ำเสียงนั้นของหลินตู้เจวียนแฝงเสียงสะอื้นจาง ๆ จนสวีตงเหลียนได้ยิน
สวีตงเหลียนพยักหน้า “วันนี้ข้าจะเอาเสื้อผ้าที่เจ้าทำไปถามดู”
“บ้านพังลงมา เสื้อผ้าเปื้อนโคลน หากซักเสียยามนี้ ไม่แน่ว่าจะแห้งทัน”
“ข้าจะเอาไปก่อน แล้วตากไว้บนต้นไม้หน้าโกดังในโลกยุคปัจจุบัน” สวีตงเหลียนกล่าว
หลินตู้เจวียนรีบไปหยิบเสื้อผ้ามาให้นางสองชุด เป็นชุดที่ตนพอใจที่สุด
ชุดหนึ่งดัดแปลงจากเสื้อฮู้ดให้เป็นชุดฮั่นฝู อีกชุดเป็นแบบชุดฮั่นฝูที่นำผ้าไหมฝ้ายสามชุดมาตัดแล้วเย็บปะติดปะต่อกัน
สวีตงเหลียนเก็บเสื้อผ้าเข้าไปในมิติ จากนั้นก็หายไปจากสายตาของหลินตู้เจวียน
สวีตงเหลียนนำผักป่าไปตั้งแผงขายในโลกยุคปัจจุบันตามปกติ ระหว่างขายจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วพบว่าตั้งแต่ราวหนึ่งทุ่มเมื่อคืนมีสายที่ไม่ได้รับสามสาย
สายเหล่านั้นโทรมาจากเสี่ยวซู ผู้ทำขาเทียม
สวีตงเหลียนเห็นข้อความวีแชตเด้งขึ้นมา จึงพบข้อความที่เสี่ยวซูฝากไว้
[คุณป้าสวี ขาเทียมที่คุณสั่งทำมาถึงแล้ว วันนี้จะมารับเมื่อไหร่คะ]
ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง นับดูแล้วผ่านไปเกือบสิบวันแล้ว
สวีตงเหลียนส่งข้อความเสียงไปว่า “ช่วงบ่ายข้าจะไปรับ ลำบากเจ้าแล้ว เสี่ยวซู ข้าจะเอาผักป่าไปฝากด้วย”
ไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา
[ขอบคุณค่ะคุณป้าสวี วันนี้บริษัทของเรามีขนมกับน้ำชาเข้ามา เดี๋ยวฉันแบ่งให้สักหน่อย เอากลับไปให้เด็ก ๆ กินนะคะ]
สวีตงเหลียนมองโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อย ๆ เสี่ยวซูผู้นี้ช่างมีน้ำใจจริง ๆ
