หลังส่งข้อความนัดเสี่ยวซูไว้แล้วว่า พรุ่งนี้บ่ายจะไปเอาวัสดุทำแม่พิมพ์ สวีตงเหลียนก็ออกจากมิติ
ฟ้ามืดลงแล้ว ทุกคนเพิ่งกินข้าวเสร็จ เนื่องจากกลับหมู่บ้านเถาฮวาก่อนเวลา วันนี้สวีตงเหลียนจึงไม่ได้ไปโรงเตี๊ยม อาหารมื้อนี้ทุกคนในหมู่บ้านเถาฮวาช่วยกันทำ
ผัดผักกูดกับหมูสามชั้น ผัดเห็ดหูกับผักสด และแกงไข่สาหร่ายแห้งหม้อใหญ่ที่สวีตงเหลียนนำมาจากโลกยุคปัจจุบัน กินคู่กับข้าวสวยหอมกรุ่นชามโต ทุกคนในหมู่บ้านเถาฮวากินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ความกลัดกลุ้มจากเรื่องบ้านพังเมื่อวาน มลายหายไปในพริบตา
คนที่มีความสุขที่สุดเห็นจะเป็นเหลาหู เขามักจะถกขากางเกงขึ้นมาดูขาเทียมของตน แล้วแสยะยิ้มอย่างคนโง่งมอยู่เป็นระยะ
แน่นอนว่าไม่พลาดไปอวดเหลาผิง
ยั่วให้อีกฝ่ายอิจฉา แต่ไม่ยอมให้จับ
พอเห็นอีกฝ่ายโมโหจนเครางอน ตาถลน เขาก็หัวเราะอย่างเบิกบาน
เหลาผิงถูกยั่วจนไม่ยอมอยู่ใกล้เขาอีกต่อไป
แต่เหลาหูก็ยังสนุกไม่เลิก ไล่ตามไปอวดอีก
สวีตงเหลียนนั่งผิงไฟอยู่กับป้าจ่าวและหวังซิ่วจวี๋
เมื่อเห็นท่าทางของเหลาหู ป้าจ่าวก็ยิ้มอย่างจนใจ “ดีใจจนแทบเสียสติแล้ว”
“พรืด” หวังซิ่วจวี๋หลุดหัวเราะออกมา
“หัวหน้าหมู่บ้านหูไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้วใช่ไหม”
“นั่นสิ ตอนถูกหามกลับมาหมู่บ้านเถาฮวาใหม่ ๆ เขาคิดฆ่าตัวตายอยู่ทุกวัน ซึมเศร้าไปพักใหญ่กว่าจะทำใจได้” ป้าจ่าวกล่าว
ทั้งสามกำลังพูดคุยกัน ก็เห็นหลินตู้เจวียนอุ้มผ้าห่มเปียกผืนหนึ่งเดินเข้ามา
“เอาผ้าห่มมาผิงไฟดู เผื่อจะแห้ง ข้าเห็นจู้จื่อมีน้ำมูกไหลแล้ว” หลินตู้เจวียนกล่าว
หวังซิ่วจวี๋ลุกขึ้นไปช่วย
เมื่อเห็นทั้งสองคนหยิบไม้ไผ่ไปพาดผ้าห่มผิงไฟ สวีตงเหลียนก็นึกขึ้นได้
“ดูข้าสิ ดีใจจนลืมเสียสนิท เพิ่งนึกขึ้นได้เอาตอนนี้!” นางตบต้นขาแล้วหัวเราะ
จากนั้นก็หันไปทางหวังซิ่วจวี๋กับหลินตู้เจวียน “ไม่ต้องตากแล้ว คืนนี้พวกเราทุกคนมีผ้าห่มสะอาดอุ่น ๆ ใช้!”
สวีตงเหลียนเดินไปยังเรือนไม้ที่ทุกคนใช้เป็นที่นอน
