ขายผักจนหมดตั้งแต่เช้าตรู่ สวีตงเหลียนก็วางรองเท้าฟาง 120 คู่ลงในรถเข็นล่วงหน้า
รถเข็นถูกลากจากถนนด้านนอกตลาดผักไปยังสถานีไปรษณีย์
เมื่อมาถึงสถานีไปรษณีย์ พวกสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ด้านในก็หากล่องใบใหญ่มาใส่ของให้ พอห่อพัสดุเรียบร้อยก็กรอกที่อยู่ที่เสี่ยวฟางให้มา
จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดส่งสินค้าในระบบหลังบ้าน
เมื่อสองสามวันก่อน ภรรยาของพี่โจว กัวจื่อถิง โทรมาถามสวีตงเหลียนว่าร้านค้าออนไลน์ดำเนินกิจการเป็นอย่างไรบ้าง
สวีตงเหลียนเล่าเรื่องที่เสี่ยวฟางสั่งซื้อรองเท้าฟางให้นางฟัง
กัวจื่อถิงได้ฟังแล้วรู้สึกว่าไม่เหมาะสม วันรุ่งขึ้นจึงมาที่ตลาดผัก รับโทรศัพท์ของสวีตงเหลียนไปคุยกับเสี่ยวฟาง
สุดท้ายจึงให้เสี่ยวฟางกดสั่งซื้อจากลิงก์รองเท้าฟางอีกครั้ง ส่วนกัวจื่อถิงช่วยแก้ราคาในระบบหลังบ้านให้เป็นยอดคงเหลือ 3,800 หยวน พอเสี่ยวฟางกดสั่งซื้อแล้วก็รอให้พวกสวีตงเหลียนสานรองเท้าฟางเสร็จ ก่อนกดยืนยันการจัดส่ง
กัวจื่อถิงกล่าวว่า “พวกเราไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร จะอาศัยเพียงเงินมัดจำ 1,000 หยวนแล้วส่งรองเท้าฟางไปให้เขาไม่ได้ หากอีกฝ่ายเป็นมิจฉาชีพขึ้นมา เงินส่วนที่เหลือของรองเท้าฟาง 120 คู่ก็ทวงคืนไม่ได้แล้ว”
“ป้าสวี คราวหน้าจำไว้นะคะ หากเจอคำสั่งซื้อจำนวนมากแบบนี้อีก ให้ทำผ่านแพลตฟอร์มก่อน ถ้าไม่เข้าใจต้องถามฉันนะคะ”
สวีตงเหลียนรับฟังอย่างนอบน้อม
กัวจื่อถิงพูดมีเหตุผลยิ่งนัก สวีตงเหลียนจึงขอให้นางสอนวิธีแก้ราคา กัวจื่อถิงสอนอยู่กว่าครึ่งชั่วยาม ในที่สุดสวีตงเหลียนก็เรียนรู้จนเข้าใจ
“ป้าสวี คุณทำธุระต่อเถอะ ฉันกลับก่อนนะคะ อ้อ เมื่อกี้ฉันตกลงกับเขาแล้วว่าให้ผู้รับจ่ายค่าส่ง ของที่จะส่งจากสถานีไปรษณีย์ไม่ต้องจ่ายค่าส่งค่ะ”
“ได้ ลำบากเธอแล้ว จื่อถิง”
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ บ้านฉันกินผักป่าของป้าไปตั้งมาก ช่วยแค่นี้จะนับเป็นอะไร ไว้มีธุระอะไรก็โทรหาฉันนะคะ”
สวีตงเหลียนมองกัวจื่อถิงเดินจากไปไกล แล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
ช่างเป็นหญิงสาวที่ดีจริง ๆ
ในช่วงแปดวันที่รอของ ป้าจ่าวก็สานรังสัตว์เลี้ยงจากไม้ไผ่เสร็จ รูปร่างเหมือนกับภาพที่สวีตงเหลียนให้ไว้ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว
