เดินตรงจากตลาดสดไปเรื่อย ๆ ข้ามถนนไปหนึ่งสายก็จะถึงสถานีตำรวจ ซึ่งคล้ายกับที่ว่าการอำเภอในเมืองเล็ก ๆ
สวีตงเหลียนเป็นคนจากอีกโลกหนึ่ง เมื่อต้องมาที่ว่าการของโลกนี้ เอาตามตรง นางรู้สึกกระวนกระวายใจไม่น้อย
หลังเข้าไป นางกรอกแบบฟอร์มตามที่เจ้าหน้าที่บอก แต่สวีตงเหลียนอ่านหนังสือไม่ออก คนที่นี่จึงอาสาช่วยเขียนให้
“ชื่อ”
“สวีตงเหลียน”
“อายุ”
“38”
“บ้านเกิดอยู่ที่ไหน”
“หมู่บ้านเถาฮวา”
“หมู่บ้านเถาฮวาอยู่มณฑลไหน”
สวีตงเหลียนก็ไม่รู้เช่นกัน จึงตอบไปตามตรงว่า
“บ้านข้าเรียกหมู่บ้านเถาฮวา ไม่รู้ว่าอยู่มณฑลไหน”
เจ้าหน้าที่หนุ่มก้มหน้ากดแป้นพิมพ์รัว ๆ รอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงแป้นพิมพ์ดังแปะ ๆ ฟังแล้วชวนให้คนตึงเครียด
ไม่นาน สีหน้าของเจ้าหน้าที่ก็เคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน
“เจอแล้ว เมื่อสามปีก่อนมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งถูกโคลนถล่มฝังทั้งหมู่บ้าน ชื่อหมู่บ้านเถาฮวา ตอนนั้นมีคนหายตัวไปหลายคน คุณเป็นผู้รอดชีวิตหรือเปล่า”
พอสวีตงเหลียนได้ยิน ก็รู้สึกว่าช่างบังเอิญนัก โลกนี้ยังมีสถานที่ชื่อหมู่บ้านเถาฮวาอยู่ด้วย แถมประสบเคราะห์กรรมคล้ายกับหมู่บ้านของพวกนาง
พอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้าน สีหน้าเศร้าหมองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสวีตงเหลียน
เจ้าหน้าที่คิดว่าสวีตงเหลียนกำลังเสียใจเพราะบาดแผลทางใจหลังประสบภัย จึงยืนยันเรื่องราวได้ทันที
“ทางนี้จะช่วยลงทะเบียนให้ คุณทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ แล้วไปถ่ายรูปตรงนั้น พอบัตรประชาชนออกแล้วจะมีข้อความแจ้งให้ทราบ ถึงตอนนั้นค่อยกลับมารับ”
“ข้าไม่มีเบอร์โทรศัพท์” สวีตงเหลียนกล่าวอย่างลำบากใจ
