ร้านค้าออนไลน์ของหมู่บ้านเถาฮวาเพิ่งเปิดกิจการ กำลังต้องการคนช่วยงาน แต่เมื่อคำนึงถึงขนาดร้านที่ยังไม่ใหญ่ รายได้ก็ยังไม่มั่นคง จึงจ่ายค่าจ้างได้ไม่มากนัก ในช่วงแรกจึงทำได้เพียงจ่ายตามอัตราค่าจ้างพื้นฐานในท้องถิ่น
“เงินเดือนพื้นฐาน 4,000 หยวน บวกส่วนแบ่งจากยอดขาย 10 เปอร์เซ็นต์ คุณครูอวี๋คิดว่าอย่างไร? รอจนรายได้จากร้านออนไลน์ของเรามั่นคงเมื่อไร ค่อยขึ้นเงินเดือนให้คุณนะ”
สวีตงเหลียนพูดจบ ก็เห็นคุณครูอวี๋มองตนอย่างจริงจังขึ้นมาทันใด
“คุณป้าสวี พูดจริงเหรอคะ?”
สวีตงเหลียนพยักหน้า “พูดจริง”
คุณครูอวี๋กุมมือสวีตงเหลียนแน่น ริมฝีปากเบะลง
“คุณป้าสวี เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฉันเลยค่ะ”
พูดจบก็โผเข้ากอดคุณป้าสวีแน่น
“ฮือ ๆ ในที่สุดก็รอดแล้ว!”
สวีตงเหลียนชะงักไปครู่หนึ่ง
ตอนคุณครูอวี๋สอนหนังสือดูเคร่งขรึมแท้ ๆ ที่ไหนได้กลับขี้แยราวกับเด็กน้อย
สวีตงเหลียนตบหลังนางเบา ๆ คล้ายกำลังปลอบหลานตัวน้อยของตน
คุณครูอวี๋สูดกลิ่นจากตัวสวีตงเหลียน ได้กลิ่นหญ้าเขียวกับดิน ทั้งยังมีกลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ ชวนให้อุ่นใจ!
งาน งาน ในที่สุดก็หางานทำได้แล้ว!
หลังปลอบคุณครูอวี๋อยู่พักหนึ่ง สวีตงเหลียนก็พานางไปที่โกดัง
เวลาเริ่มงานคือตอนที่สวีตงเหลียนขายผักเสร็จ ซื้อข้าวของให้หมู่บ้าน และนำผักป่าไปส่งที่ร้านอาหารฝูไหลแล้ว ส่วนเวลาเลิกงานก็คือเวลาที่สวีตงเหลียนออกจากโลกปัจจุบันกลับไปยังโลกโบราณ
รวมแล้วคือตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น
แต่ก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ก่อน นางนัดกับคุณครูอวี๋ไว้ว่าพรุ่งนี้หลัง 10 โมงจะไปห้างอุปกรณ์ดิจิทัลด้วยกัน
ถือโอกาสไปดูกล้องถ่ายวิดีโอด้วย
ระหว่างทางที่พูดคุยกัน คุณครูอวี๋แนะนำตัวเองใหม่ นางชื่อเต็มว่าอวี๋ซู่ซู่ เรียนจบเมื่อปีก่อน บ้านเกิดอยู่ชนบทในเมืองอื่น ห่างจากที่นี่หลายร้อยกิโลเมตร
คนในครอบครัวต่างคิดว่านางได้งานทำแล้ว นางไม่กล้าบอกทางบ้านว่าตนยังไม่มีงาน กลัวคนในหมู่บ้านจะหัวเราะเยาะว่าเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้วยังหางานไม่ได้ จึงคอยหางานชั่วคราวทำอยู่แถวนี้เรื่อยมา
เช้าวันนี้ ข่าวแจ้งผลว่าไม่ผ่านการสัมภาษณ์ กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐหลังหัก
