อวี๋ซู่ซู่รับชามมา เปิดฝาออก ไอร้อนยังลอยกรุ่นอยู่
เธอหยิบช้อนที่ติดมากับฝาชามขึ้นมา ตักเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย
“อร่อย!”
“ป้าจ่าวทำเอง ฝีมือทำอาหารของแกดีที่สุดในหมู่บ้านเรา แม้แต่รังแมวที่ร้านออนไลน์ของเราขายก็เป็นฝีมือแกทั้งนั้น”
“เก่งขนาดนั้นเชียว!” อวี๋ซู่ซู่กินไปพลาง ฟังสวีตงเหลียนเล่าไปพลาง
สวีตงเหลียนเปิดประตูม้วน แล้วเปิดประตูคลังสินค้า
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันเอารูปรังแมวให้แกดู แกเห็นลูกเจี๊ยบในลานบ้านคุ้ยดินเข้า ก็เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา เลยทำรังแมวรูปลูกเจี๊ยบกับลูกเป็ดออกมาได้”
“คนในหมู่บ้านเราช่วยกันขึ้นโครงคร่าว ๆ ส่วนงานละเอียดต้องยกให้ป้าจ่าว”
เมื่อวานอวี๋ซู่ซู่เข้าไปดูร้านออนไลน์ เห็นภาพที่สวีตงเหลียนถ่ายไว้แล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นของจริง คราวนี้จึงได้เห็นเสียที
“งานประณีตมากเลยค่ะคุณน้าสวี คนในหมู่บ้านของคุณน้าเก่งกันจริง ๆ!”
“อืม ก็ใช้ได้อยู่” สวีตงเหลียนยิ้มจนตาหยี ในใจแสนเบิกบาน
“งานฝีมือดีขนาดนี้ ขายแค่ 149 หยวน จะขาดทุนเกินไปหรือเปล่าคะ? ฉันเคยเห็นของสานจากไม้ไผ่ที่ฝีมือพอ ๆ กัน ราคาต้องเริ่มต้นที่ 200 หยวนขึ้นไปเลย” อวี๋ซู่ซู่กล่าว
“ร้านเราเพิ่งเปิด ถ้าขายแพงเกินไปก็กลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ” สวีตงเหลียนพูดอย่างซื่อตรง
ที่จริงตอนตั้งราคา 149 หยวน นางยังคิดอยู่เลยว่าจะแพงเกินไปหรือไม่
“คุณน้าสวีพูดมีเหตุผลค่ะ ช่วงแรกตั้งราคาให้ต่ำกว่าร้านอื่นก็ได้เปรียบเรื่องราคา”
หลังอวี๋ซู่ซู่กินอาหารเช้าเสร็จ เธอก็ขี่รถไฟฟ้า พาสวีตงเหลียนมุ่งหน้าไปยังห้างดิจิทัล
ไม่มีคอมพิวเตอร์ ทั้งสองคนได้แต่นั่งมองหน้ากัน ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเดียวจัดการออเดอร์หนึ่งหรือสองรายการยังพอไหว แต่ถ้ามีเป็นร้อยรายการก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์แล้ว
ห้างดิจิทัล เป็นชื่อที่สวีตงเหลียนไม่เคยได้ยินมาก่อน
อวี๋ซู่ซู่บอกว่านั่นเป็นสถานที่ที่ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ มีทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์เสริม และเครื่องใช้สำนักงาน
คอมพิวเตอร์กับกล้องที่สวีตงเหลียนต้องการซื้อก็มีขายที่นั่น
