ลู่อวี่ชะงัก เจียงเฉินเป็นอะไรไป ท่าทีแย่ขนาดนี้ เมื่อวานยังไม่ได้หมดความอดทนแบบนี้เลย
แม้ตระกูลเย่จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการร่วมมือครั้งนี้ แต่ด้วยความพยายามของเขา เจียงเฉินก็ยังพออดทนกับตระกูลเย่ได้ แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“แต่เย่หลานบอกว่าวันนี้เขาจะเอาความจริงใจมาให้เต็มร้อย...”
“ฉันไม่ต้องการความจริงใจจากตระกูลเย่ บ้านนั้นยังไม่มีคุณสมบัติมาต่อรองกับฉัน ส่งพวกเขากลับไปก็พอ”
ลู่อวี่ยังอยากพูดให้ตระกูลเย่ฟังดูดีขึ้นสักหน่อย แต่เห็นท่าทีแข็งกร้าวของเจียงเฉินแล้วก็ไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน “ได้ ๆ ฉันจะกลับไปจัดการให้ แต่วันนี้นายไม่ไปทำงานเหรอ?”
เจียงเฉินนวดขมับ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าลู่อวี่น่ารำคาญขนาดนี้ ดูสีหน้าไม่เป็นหรือไง?
หลินหร่านที่นั่งฟังเรื่องราวคร่าว ๆ อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหมาะเจาะ “ในเมื่อพวกคุณยุ่งกัน งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะ เดี๋ยวฉันก็ต้องออกไปข้างนอกเหมือนกัน ไว้เจอกัน”
หลินหร่านเอ่ยลาอย่างสบาย ๆ ก่อนเปิดประตูเดินเข้าบ้าน ทิ้งชายสองคนไว้ในลานบ้านตามลำพัง พอเจียงเฉินเห็นเธอไป อาการปวดหัวก็ยิ่งกำเริบ
“วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ตอนเช้าคงไม่ไปแล้ว”
พูดจบ เจียงเฉินก็ไม่สนใจลู่อวี่อีก เดินกลับเข้าห้องตัวเองไป
ลู่อวี่ปวดหัวตุบ ๆ เมื่อครู่นี้เขาคงทำเจียงเฉินไม่พอใจเข้าแล้ว
หรือเป็นเพราะเขามาผิดจังหวะ?
พอคิดถึงตรงนี้ มุมปากลู่อวี่ก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดูท่าผู้หญิงคนนี้จะพิเศษสำหรับเจียงเฉินจริง ๆ แบบนี้เขาก็มาถูกทางแล้ว
