เก็บนิ้วที่ตัดออกมาไว้อย่างลวก ๆ
จากนั้นหลินหร่านก็หันไปมองลั่วซิงซิงที่จูเจิ้นห่อไว้ในผ้าห่ม แล้วถามว่า “อยากแก้แค้นให้ตัวเองไหม?”
ลั่วซิงซิงไม่คิดว่าหลินหร่านจะถามแบบนี้
สมองที่มึนงงของเธอใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะเข้าใจความหมาย
ดวงตาพลันสว่างวาบ เธอพยักหน้ารัว ๆ ให้หลินหร่าน
“อยากสิ อยากมาก ๆ”
คำพูดของลั่วซิงซิงแทบจะเป็นเสียงคำรามจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ
เธอคลุมผ้าห่มลุกขึ้นยืน แต่เพราะอ่อนแรงจึงล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เธอถูกทารุณและเหยียดหยามมามากเหลือเกิน
และต้นเหตุของทุกอย่างก็อยู่ตรงนั้น
จูเจิ้นร้อนใจ รีบยื่นมือไปประคองลั่วซิงซิง
แต่เธอปฏิเสธความช่วยเหลือของจูเจิ้นอย่างดื้อดึง
เธอไม่ต้องการให้ใครช่วย แค้นนี้เธอจะสะสางด้วยตัวเอง
ลั่วซิงซิงพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซเซ ก่อนเดินกระย่องกระแย่งไปหยุดตรงหน้าหวงอวี่
ร่างของชายหยิ่งผยองคนนี้แทบไม่มีเนื้อดีเหลืออยู่เลย แม้แต่ส่วนที่ผู้ชายใช้ก่อเรื่องได้มากที่สุดก็ถูกตัดทิ้งไปแล้ว
ทั่วทั้งร่างเปื้อนเลือด
น่าสมเพชจริง ๆ
แต่ยังไม่พอ
เธอมองหลินหร่านพลางขอว่า “ขอยืมมีดหน่อยได้ไหม?”
หลินหร่านพยักหน้า แล้วยื่นมีดที่วางอยู่ข้างตัวให้
เรื่องแบบนี้เธอยินดีช่วยอยู่แล้ว
เมื่อเห็นลั่วซิงซิงหยิบมีดขึ้นมา หวงอวี่ก็เริ่มหวาดกลัวในที่สุด
“ซิงซิง เราเป็นผัวเมียกันวันเดียวก็ยังมีบุญคุณกันตั้งร้อยวัน เธอไม่ฆ่าฉันใช่ไหม?”
ถ้าเขาไม่พูดก็คงยังดี แต่พอพูดออกมา ลั่วซิงซิงกลับอยากสับเขาให้เป็นชิ้น ๆ
“ไอ้เดรัจฉาน! เดรัจฉานอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาเป็นผัวฉัน!”
