หลินเจ๋ออุทานอย่างงุนงง “หือ? เรายังต้องไปดูฐานสันติภาพอีกเหรอ?”
หลินหร่านตบไหล่หลินเจ๋อเบา ๆ “ไม่ใช่แค่ไปดูนะ เรายังจะไปเข้าร่วมด้วย คิดว่าไง?”
หลินเจ๋อยืนนิ่งงันราวกับถูกฟ้าผ่าอีกครั้ง
“เข้าร่วม...เหรอ?”
เขาไม่เข้าใจความคิดของพี่สาวแล้วจริง ๆ ตอนสร้างบ้านหลังนี้ พี่สาวไม่ได้พูดแบบนี้สักหน่อย
ตอนนั้นไม่ได้บอกว่าจะสร้างป้อมปราการวันสิ้นโลกที่แข็งแกร่งไว้ในบ้านเกิด แล้วหลบอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตหรอกหรือ?
ทำไมตอนนี้ถึงจะไปเข้าร่วมฐานอะไรไร้สาระนั่นอีกล่ะ
จากประสบการณ์ที่อ่านนิยายมา คนที่สร้างฐานขึ้นมาได้สักแปดในสิบ ไม่สิ เก้าในสิบคนล้วนไม่ใช่คนดี
แต่ตอนนี้หลินหร่านไม่มีเวลาสนใจอารมณ์ของน้องชาย เธอยื่นมือเก็บวิทยุสื่อสารเข้าไปในมิติส่วนตัว
“เอาละ อย่ายืนเอ๋ออยู่ตรงนี้ ไปเก็บแก่นคริสตัลกันเร็ว เก็บเสร็จแล้วเราค่อยกลับบ้าน”
หลินเจ๋อตอบ “อ้อ”
ก็ได้
ยังไงพี่สาวก็พูดถูก พี่สาวทำอะไรย่อมมีเหตุผลของเธอ เชื่อฟังไว้ก็พอ
หลินเจ๋อยอมรับชะตากรรม เดินลงไปเก็บแก่นคริสตัล
หลินหร่านหันไปบอกคุณปู่เจียง “คุณปู่เจียงพักสักหน่อยเถอะค่ะ พอจัดการเสร็จเราก็กลับบ้านกัน”
คุณปู่เจียงยิ้มพลางส่ายหน้า “ร่างกายปู่แข็งแรงดี ไม่ต้องพักหรอก ปู่ไปเก็บแก่นคริสตัลด้วยดีกว่า”
พูดจบ คุณปู่เจียงก็ก้าวยาว ๆ ลงบันไดไป
ในใจอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า พี่น้องคู่นี้รักกันดีจริง ๆ ไม่ว่าหร่านหร่านจะตัดสินใจทำอะไร เสี่ยวเจ๋อก็ไม่เคยตั้งคำถาม
คนมากแรงมาก ไม่นานก็เก็บแก่นคริสตัลเสร็จ
ตอนนี้หลินหร่านยังไม่คิดจะเก็บตึกหลังเล็กนี้เข้าไปในมิติ ส่วนใหญ่เพราะมันสกปรกเกินไป ข้างในยังมีกลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้ง
