หลินหร่านได้ยินแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
น้องชายของเธอก็ไม่ได้โง่นักนี่นา
บ้านกับที่ดินรอบเมืองชิงสุ่ยซึ่งไม่มีคนอยู่นั้น แม่ของเธอใช้ต้นไม้กลายพันธุ์ล้อมเอาไว้หมดแล้วไม่ใช่หรือ
ตอนนี้พื้นที่เหล่านั้นล้วนเป็นอาณาเขตของครอบครัวพวกเธอ
อย่าว่าแต่คนของพี่ฮวนอีกร้อยกว่าคนเลย ต่อให้มาอีกหลายพันหรือหลายหมื่นคนก็ยังมีที่พักเหลือเฟือ
คราวนี้เพราะมีจางฮวนกับพวกพ้องเดินทางมาด้วย หลินหร่านจึงไม่แวะพักระหว่างทางและเดินทางต่อเนื่องมาตลอด
ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงเมืองชิงสุ่ยตอนบ่าย 2 โมง
บ้านเรือนในเมืองชิงสุ่ยว่างเปล่าทั้งหมด ถนนหนทางเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่ซอมบี้สักตัว
ถึงอย่างนั้นหลินหร่านก็ยังไม่วางใจ จึงให้เจียงเฉินตรวจสอบก่อนว่าที่นี่มีซอมบี้หรือไม่
ผลตรวจยืนยันว่ามีซอมบี้อยู่บ้าง พวกมันหลบซ่อนตัวกันหมดแล้ว พอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากเจียงเฉินก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้
หลินหร่านให้เจียงเฉินควบคุมซอมบี้พวกนั้นไว้ ห้ามออกมาทำร้ายผู้คน
เจียงเฉินพยักหน้าแล้วลงมือทำทันที
ต่อมาก็เป็นปัญหาเรื่องสัตว์กลายพันธุ์ ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเจอหนูกลายพันธุ์กับราชาหนูในโรงพยาบาลของเมืองชิงสุ่ย
ทางจางฮวนมีเด็กเล็กอยู่ตั้งมากมาย เธอต้องกำจัดปัจจัยอันตรายทุกอย่างให้หมด
หลินหร่านให้เยว่อิ่งกับเป่าจูออกไปส่งเสียงคำรามอยู่สองสามครั้ง พวกมันกลับขึ้นรถบ้านมาอีกที สัตว์กลายพันธุ์ที่ซ่อนอยู่ในเมืองก็หนีไปหมดแล้ว
เมื่อไม่มีภัยแฝงเหล่านี้ อีกทั้งรอบเมืองชิงสุ่ยและตามถนนยังมีพืชกลายพันธุ์ของแม่หลินปลูกอยู่มากมาย ที่นี่จึงเหมาะที่สุดสำหรับให้จางฮวนกับพวกพ้องมาตั้งหลัก
