เหยียนหลานเมินความวุ่นวายในทีม แล้วประกาศกฎต่อ
“การทดสอบครั้งนี้มีระยะเวลาสิบวัน ใช้รูปแบบสุ่มจับทีม แต่ละทีมมีสมาชิกหกคน ประกอบด้วยผู้บัญชาการหนึ่งคน ทหารเดี่ยวสามคน นักเมค่าหนึ่งคน และนักศึกษาสาขาสนับสนุนหนึ่งคน……”
แต่ละทีมมีคะแนนเริ่มต้นหกสิบคะแนน คนละสิบคะแนน การกำจัดเผ่าแมลงระดับต่ำ สัตว์ดาว และพืชกลายพันธุ์ ล้วนได้รับคะแนนตามที่กำหนด
เอาชีวิตรอดครบหนึ่งวัน แต่ละคนจะได้รับคะแนนเพิ่มห้าคะแนน
พวกเขายังวางเหรียญภารกิจไว้บนดาวรกร้างสามร้อยเหรียญ เจอหนึ่งเหรียญจะได้รับรางวัลหนึ่งร้อยคะแนน
นอกจากการล่าแล้ว แต่ละทีมล้วนเป็นศัตรูกัน
แต่ละทีมสามารถแย่งชิงทรัพยากรและคะแนนได้ แต่ในแต่ละครั้งจะแย่งได้เพียงครึ่งเดียว และห้ามแย่งซ้ำ
“ระหว่างการทดสอบ ห้ามจงใจทำให้ผู้อื่นพิการหรือเจตนาฆ่าคน มีกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกไล่ออกและส่งตัวให้ศาลทหาร”
“ก่อนออกเดินทางจะแจกสายข้อมือกู้ภัยให้ทุกคน หากพบอันตรายสามารถกดปุ่มขอความช่วยเหลือได้ แต่เมื่อเริ่มการกู้ภัยแล้ว ผลการทดสอบส่วนบุคคลรวมถึงคะแนนที่ได้รับจะถูกหักครึ่งหนึ่ง”
จู่เซิ่งอี้ฟังอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตามองไปข้างหน้า แต่ความคิดลอยไปไกลแล้ว
เธอกำลังคิดว่าควรถูก ‘คัดออก’ ในวันที่เท่าไรถึงจะเหมาะ
รู้สึกว่าวันที่ห้ากำลังดี เลือกจังหวะเหมาะ ๆ แล้วกดขอความช่วยเหลือ ถ้าใช้เวลาสั้นเกินไปก็มีหวังโดนคุณนายจู่สั่งสอน แต่ถ้าฝืนทนนานเกินไปก็เปลืองแรงเปล่า
ห้าวันกำลังเหมาะ สมบูรณ์แบบ
นักศึกษาใหม่คนอื่น ๆ ต่างก็กำลังคำนวณกันอยู่ในใจ
ทางฝั่งสาขาสนับสนุนเงียบเป็นพิเศษ
ก่อนเข้าเรียน อาจารย์บอกแค่ว่าสาขาสนับสนุนรับผิดชอบจัดสรรเสบียง ทำอาหารในสนามรบ บำรุงรักษาอุปกรณ์ และขนส่งตามเส้นทาง ไม่มีใครพูดเลยว่าพอรายงานตัววันที่สอง ก็ต้องหิ้วปืนไปเผชิญหน้ากับเผ่าแมลงบนดาวรกร้าง
เดี๋ยวนะ พวกเขาไม่ใช่สาขาสนับสนุนหรอกหรือ?
หรือจะให้ทำอาหารไปพลาง เก็บศพเพื่อนร่วมทีมไปพลาง?
ครูฝึกชายที่ยืนอยู่ข้างเหยียนหลานยิ้มแย้มมาตลอด
พอเหยียนหลานพูดจบ เขาจึงยกข้อมือขึ้น “อย่าคิดว่าคะแนนไม่มีประโยชน์เด็ดขาดนะ”
“ภาคเรียนนี้โรงเรียนทหารกลางจะปฏิรูปครั้งใหญ่ ต่อจากนี้ทรัพยากรส่วนใหญ่ที่พวกคุณใช้ในโรงเรียนจะต้องชำระด้วยคะแนน รายละเอียดส่งไปที่เทอร์มินัลนักศึกษาแล้ว ทุกคนเข้าไปดูได้เอง”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทั่วสนามฝึก
จู่เซิ่งอี้กดเปิดการแจ้งเตือน
【ระเบียบการใช้คะแนนของโรงเรียนทหารกลาง】
【ข้อ 1: ตั้งแต่ภาคเรียนนี้เป็นต้นไป โรงอาหารนักศึกษายกเลิกการชำระด้วยเหรียญดาวสำหรับนักศึกษาปีหนึ่ง และเปลี่ยนมาใช้ระบบคะแนน อาหารพื้นฐานหนึ่งจานราคา 3 คะแนน อาหารบำรุงหนึ่งจานราคา 10 คะแนน ส่วนอาหารพิเศษให้ยึดราคาที่ระบุไว้หน้าช่องจำหน่าย】
【ข้อ 2: ค่าน้ำค่าไฟพื้นฐานของหอพักเดือนละ 40 คะแนน ค่าอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนเดือนละ 30 คะแนน หากใช้เกินโควตาพื้นฐาน จะคิดตามปริมาณการใช้จริง】
【ข้อ 3: การใช้ห้องฝึก ห้องจำลอง ห้องซ่อมเมค่า ห้องพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ล้วนต้องใช้คะแนน】
【ข้อ 4: ห้ามซื้อขายคะแนนกันเป็นการส่วนตัว และห้ามโอนคะแนนโดยเจตนาทุจริต คะแนนที่ได้มาโดยฝ่าฝืนกฎจะถูกริบทั้งหมด】
【ข้อ 5: งานใช้แรงงานภายในโรงเรียนเปิดให้รับทุกวัน นักศึกษาสามารถสมัครรับงานได้ด้วยตนเอง】
จู่เซิ่งอี้มองตัวอักษรบนเทอร์มินัล จู่ ๆ ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อครู่เธอยังคิดอยู่ว่าควรถูกคัดออกวันไหนถึงจะเหมาะ
ตอนนี้ไม่ต้องคิดแล้ว ใครทำให้เธอถูกคัดออก เธอเอาเรื่องคนนั้นแน่!!
นักศึกษาใหม่รอบข้างก็พากันโวยวายขึ้นมา
“ใช้เหรียญดาวชำระไม่ได้แล้วเหรอ??”
“อ๊ากกกก.... ถ้าหาคะแนนจากการทดสอบไม่ได้ ฉันก็ต้องอดตายในโรงเรียนงั้นเหรอ....”
“ไม่เป็นมิตรกับสาขาสนับสนุนเลยสักนิด!”
“ฉันกะไว้อยู่แล้วว่าถ้าเจออันตรายก็จะขอความช่วยเหลือทันที อย่างมากผลคะแนนก็แย่หน่อย แต่ตอนนี้คะแนนถูกหักครึ่ง กลับไปโรงเรียนคงไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว!”
“อย่าเพิ่งตกใจสิ ยังมีงานใช้แรงงานไม่ใช่เหรอ? ทำความสะอาดสนามฝึกวันละห้าคะแนน เป็นพนักงานชั่วคราวในโรงอาหารวันละแปดคะแนน.....”
จู่เซิ่งอี้รีบกดเข้าไปดูราคาอาหารวันนี้ในโรงอาหาร
ราคาถูกระบุเป็นคะแนนแล้ว มื้อที่เธอกินตอนกลางวัน ถ้าคิดเป็นคะแนนต้องใช้ตั้งห้าสิบคะแนน!
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นกุมหน้าอก
รู้สึกเหมือนแบกรับภาระหนักเกินกว่าชีวิตจะรับไหว
โรงเรียนโหดร้ายเกินไปแล้ว....
เล่นงานจุดตายของเธอได้อย่างแม่นยำเลย!!
เห็นได้ชัดว่าเหยียนหลานพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนมาก
“ดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจความสำคัญของคะแนนแล้ว” เธอกอดอก กวาดตามองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เต็มไปด้วยความหวั่นใจทีละคน “โรงเรียนทหารไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์”
“ยิ่งมีความสามารถมาก ก็ยิ่งได้รับทรัพยากรที่ดีขึ้น แต่ถ้าไม่มีความสามารถก็ไม่เป็นไร โรงเรียนเตรียมงานใช้แรงงานไว้มากมาย ขอแค่ยอมลำบาก ก็จะมีความลำบากให้ได้ลิ้มรสไม่รู้จบ”
คนจากสาขาสนับสนุน:“……”
ทำไมรู้สึกว่าทุกคำทุกประโยคพูดถึงพวกเขาอยู่เลย?
ในที่สุดก็มีคนอดไม่ได้ที่จะยกมือถาม “ครูฝึกเหยียน ทำไมมีแค่พวกสาขาของพวกเราที่ต้องเข้าร่วมการทดสอบ สาขาการแพทย์ สาขาข่าวกรอง และสาขาวิจัยอุตสาหกรรมการทหารไม่ต้องเข้าร่วมเหรอครับ?”
ถ้ามีเรื่องลำบาก ก็ต้องลำบากด้วยกันสิ!
เหยียนหลานเลิกคิ้วเล็กน้อย “เนื้อหาการทดสอบของพวกเขาไม่เหมือนกับพวกคุณ”
มีคนถามเสียงเบาอีกว่า “ถ้า...พวกเราออกไปกินข้าวนอกโรงเรียนได้ไหมครับ?”
เหยียนหลานตอบอย่างฉับไว “ได้”
นักศึกษาใหม่ที่ถามเพิ่งถอนหายใจโล่งอก ก็ได้ยินเธอพูดต่อว่า “โรงเรียนทหารกลางใช้ระบบปิด ทุกสิ้นเดือนจะเปิดให้มีสิทธิ์ออกนอกโรงเรียนหนึ่งครั้ง นักศึกษาใหม่ห้ามออกจากโรงเรียนตลอดภาคเรียนแรก ส่วนสิ่งของที่สั่งทางออนไลน์เข้ามาในโรงเรียนต้องจ่ายค่าจัดส่งยี่สิบคะแนน”
“……”
นี่มันต่างอะไรกับไม่ให้พวกเขาออกไปกินข้าวกัน!
“มีคำถามอีกไหม?” เหยียนหลานเดินไปข้างหน้าสองก้าว “ถ้าไม่มีแล้ว ก็เริ่มสุ่มจัดทีมได้”
ไม่มีใครพูดขึ้นอีก ทุกคนยังคงตกตะลึงและกังวลอยู่
เหยียนหลานไม่พูดต่อ หันไปมองครูฝึกชายที่ยืนยิ้มแย้มอยู่ข้าง ๆ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“ทุกคน ผมขอแนะนำตัว ผมแซ่โจว ชื่อมีตัวเดียวว่า หาง ชื่อเต็มคือโจวหาง”
โจวหางยังคงมีท่าทางยิ้มแย้มเช่นเดิม เขายกมือชี้ข้อมือตัวเองเป็นสัญญาณ
“ตอนนี้ขอให้ทุกคนเปิดเทอร์มินัลนักศึกษา แล้วกดลิงก์ที่เด้งขึ้นมา เพื่อเริ่มสุ่มจับคู่เพื่อนร่วมทีมที่จะอยู่ด้วยกันต่อจากนี้”
ทุกคนทำตามคำแนะนำแล้วกดเปิดลิงก์
จู่เซิ่งอี้กดปุ่มจับคู่ พลางภาวนาในใจว่า
ขอเพื่อนร่วมทีมเก่ง ๆ พาเธอชนะสบาย ๆ ขอเพื่อนร่วมทีมเก่ง ๆ พาเธอชนะสบาย ๆ ขอเพื่อนร่วมทีมเก่ง ๆ พาเธอชนะสบาย ๆ ขอเพื่อนร่วมทีมเก่ง ๆ พาเธอชนะสบาย ๆ.....
การจับคู่เสร็จอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที สมาชิกทีมก็ครบแล้ว
ผลการจับคู่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
【ทีม 319】
【สาขาบัญชาการ: เหวินอวี่ชิง สมรรถภาพร่างกายระดับ C พลังจิตระดับ S】
【สาขาทหารเดี่ยว: สวีไขอวี่ สมรรถภาพร่างกายระดับ B พลังจิตระดับ B】
【สาขาทหารเดี่ยว: หลี่ชวน สมรรถภาพร่างกายระดับ B พลังจิตระดับ B】
【สาขาทหารเดี่ยว: จางอีเวย์ สมรรถภาพร่างกายระดับ A พลังจิตระดับ B】
【สาขาเมค่า: เชิงจื่อจื่อ สมรรถภาพร่างกายระดับ B พลังจิตระดับ A】
【สาขาสนับสนุน: จู่เซิ่งอี้ สมรรถภาพร่างกายระดับ C พลังจิตระดับ C】
จู่เซิ่งอี้มองรายชื่อเพื่อนร่วมทีมแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
เพื่อนร่วมทีมคนเดียวที่มีระดับ S ดันมีสมรรถภาพร่างกายแค่ระดับ C งั้นเหรอ? ยังจะชนะสบาย ๆ อย่างมีความสุขได้อยู่ไหมเนี่ย!
“เอาละ จับคู่ครบทุกคนแล้ว” โจวหางปรบมือเรียกความสนใจจากทุกคน เขายิ้มพลางพูดว่า “ต่อไปทีมที่ผมเรียกชื่อให้ไปหาอาจารย์ฝึกเหยียนเพื่อรับเสบียงกับสายข้อมือกู้ภัย”
“อ้อ บนดาวรกร้างยังมีเสบียงต่าง ๆ ที่พวกเราวางไว้ด้วยนะ~”
โจวหางยิ้มแย้มเสริมอีกประโยค แต่ยังไม่ทันที่นักศึกษาใหม่จะได้คิดว่าเขาหมายความว่าอย่างไร เขาก็เริ่มเรียกชื่อแล้ว “ทีม 1.....”
สมาชิกทีมที่ถูกเรียกรีบเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หลังรับเสบียงและสายข้อมือกู้ภัยแล้ว ก็ขึ้นยานดวงดาวที่จอดอยู่ไม่ไกล
“.....ทีม 319”
จู่เซิ่งอี้พุ่งออกจากกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันก็มีนักศึกษาใหม่หลายคนจากสาขาบัญชาการ สาขาทหารเดี่ยว และสาขาเมค่าเดินออกมาเช่นกัน
พวกเขามองหน้ากันครู่หนึ่ง แล้วรีบเดินไปหาเหยียนหลานเพื่อรับเสบียง
แต่ละคนได้รับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ปืนพลังงานสองกระบอก และอาวุธระยะประชิดหนึ่งชิ้น
อาวุธระยะประชิดเลือกเองได้ จู่เซิ่งอี้เลือกดาบยาวอย่างไม่ลังเล
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอคิดไปเองหรือเปล่า
เธอรู้สึกว่าครูฝึกเหยียนหลานคนนี้มักจะเหลือบมองเธอเป็นระยะ มองทีไรก็ขมวดคิ้วทุกที
จู่เซิ่งอี้ก้มหน้าตรวจสอบดาบยาว ใช้นิ้วดีดใบดาบเบา ๆ
ใบดาบทำจากโลหะผสมชนิดพิเศษ แข็งและคมทีเดียว
ไม่เลว คุณภาพดีกว่าดาบยาวที่เธอทำขึ้นเองบนดาวขยะมาก
จู่เซิ่งอี้พอใจมาก
สายตาของเหยียนหลานเหลือบมาทางเธออีกครั้ง
จู่เซิ่งอี้เงยหน้ามอง ถามด้วยสีหน้าสงสัย “ครูฝึกเหยียน มีอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่ามีอะไรติดหน้าฉัน?”
เหยียนหลานไม่แสดงสีหน้าใด ๆ “ปืนพลังงาน ท่านนายพลจู่เคยสอนคุณใช้แล้วใช่ไหม?”
ที่แท้ก็รู้จักคุณนายจู่นี่เอง
จู่เซิ่งอี้เข้าใจแล้วพยักหน้า “สอนแล้วค่ะ”
“อืม รับเสบียงครบแล้วก็ขึ้นยานดวงดาวไปรอ” เหยียนหลานไม่ได้พูดอะไรต่อ
จู่เซิ่งอี้ดูผิดหวังอยู่บ้าง
เธอยังนึกว่าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษเสียอีก อย่างเช่นโอนคะแนนให้เธอสักแสนคะแนนอะไรทำนองนั้น.....
