เจียงเหมียนเหมียนชูมือทำท่าสู้ ๆ ให้เธอตรงหน้าอก
“กล้าหน่อยนะ อย่าปล่อยให้ใครมาขัดจังหวะอีก”
ไป๋เถาพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนเดินไปยังหอพักชายด้วยหัวใจที่ทั้งหวั่นใจและคาดหวัง
ตลอดทาง เธอทบทวนคำพูดที่อยากบอกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว
เธอถึงกับเตรียมใจรับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ต่อให้ถูกปฏิเสธก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยต่อจากนี้ก็ไม่ต้องคอยตีความสายตาหรือคำพูดเพียงประโยคเดียวซ้ำไปซ้ำมาอีก
ต้นหลวนซู่ในยามเย็นทิ้งใบไม้สีแดงเกลื่อนพื้น แสงสนธยาค่อย ๆ ทอดตัวลงมาระหว่างกิ่งไม้
เธอมองเห็นคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้แต่ไกล ฝีเท้าจึงเร่งเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ฟู่หลินถือหนังสือที่เธออยากยืมอยู่ในมือ
แต่ข้างกายเขายังมีเผยจั๋วยืนอยู่ด้วย
ไป๋เถอถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ทำไมต้องเป็นเขาอีกแล้วนะ?
เผยจั๋วล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง เอนหลังพิงลำต้นไม้ ท่าทางราวกับยืนรอมานานแล้ว
แสงสนธยาทำให้เค้าโครงคมเข้มของเขาพร่าเลือนไป ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเด่นชัดเป็นพิเศษ มองข้ามระยะทางกว่าสิบเมตรมาหยุดอยู่บนตัวเธอได้อย่างแม่นยำ
ฝีเท้าของไป๋เถาพลันแข็งค้างราวกับถูกตอกติดไว้กับพื้น
เธอสงสัยอย่างจริงจังว่าดวงชะตาของตัวเองกับเผยจั๋วคงไม่ถูกโฉลกกัน
ครั้งก่อนเธอคิดจะเอาผ้าพันคอไปให้ เขาก็โผล่มา
ครั้งนี้เธอคิดจะสารภาพรัก เขาก็โผล่มาอีก
ฟู่หลินเห็นเธอหยุดอยู่ไกล ๆ จึงยกหนังสือในมือขึ้นโบก “ไป๋เถา เอาหนังสือมาให้แล้ว”
เธอทำได้เพียงจัดสีหน้าให้เรียบร้อย เผยรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติแล้วเดินเข้าไปหา
“ขอบคุณนะคะ พี่ฟู่หลิน”
ตอนรับหนังสือ ปลายนิ้วของทั้งคู่แตะกันเพียงชั่วครู่ ไป๋เถาที่ประหม่ามากอยู่แล้วจึงใจเต้นระรัวกว่าเดิมในทันที
