หลินอิ่งหันไปทางไป๋เถากับเจียงเหมียนเหมียน “พรุ่งนี้เย็นพวกเธอก็มาด้วยกันนะ”
เจียงเหมียนเหมียนเหลือบมองตารางเวร เมื่อแน่ใจว่าพรุ่งนี้เย็นไม่มีงานพิเศษก็พยักหน้ารับ
ไป๋เถาคิดว่าฟู่หลินจะไปด้วย จึงตอบตกลงตามไป
หลินอิ่งหันกลับไปส่งข้อความทางวีแชตให้เผยจั๋ว
【พรุ่งนี้เย็นไปกินบาร์บีคิวที่เย่หวั่งกันนะ ฉันย้ายกลับหอแล้ว เลยอยากชวนเพื่อนร่วมห้องไปสังสรรค์ด้วย คุณจะมาหรือเปล่า?】
ส่งข้อความไปนานแล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
เธอจึงส่งข้อความตามไปอีกประโยค
【ห้องพวกเราไปกันหมด คุณชวนฟู่หลินกับคนอื่น ๆ มาด้วยสิ】
คราวนี้อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยคำเดียว
【ได้】
หลินอิ่งจ้องคำว่า “ได้” รอยยิ้มหวานละมุนพลันผลิบานบนใบหน้า
เธอคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ แล้วแสร้งพูดกับเซี่ยเหยาอย่างไม่ใส่ใจ “เขาตกลงแล้ว”
เซี่ยเหยารีบชมทันทีว่าเธอมีหน้ามีตาจริง ๆ
หลินอิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีก ลุกไปยืนเลือกกระโปรงหน้าตู้เสื้อผ้าอยู่นานครึ่งชั่วโมง
บ่ายวันถัดมา ไป๋เถากับเจียงเหมียนเหมียนยุ่งอยู่ในร้านชานมติดต่อกันถึงสี่ชั่วโมงเต็ม
หลังเลิกงาน ทั้งคู่กลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมุ่งหน้าไปเย่หวั่งตามนัด
ไป๋เถาสวมเดรสสีขาวคอเหลี่ยมพิมพ์ลาย ส่วนรองเท้าเป็นผ้าใบสีขาวสะอาดคู่หนึ่ง
ผมยาวนุ่มสลวยปล่อยคลอเคลียแผ่นหลัง ยิ่งขับให้เธอดูสดใสราวกับดอกไม้เล็ก ๆ ที่ผลิบานบนกิ่งไม้ในต้นฤดูใบไม้ร่วง
เจียงเหมียนเหมียนหยิบรองเท้าส้นสูงออกมาคู่หนึ่ง “ใส่คู่นี้สิ ขาจะดูยาวขึ้น”
“ไม่เอา” ไป๋เถาส่ายหน้าหนักแน่น “แผลถลอกจากครั้งก่อนยังไม่หายเลย ใส่รองเท้าส้นเตี้ยสบายกว่า”
“ก็จริง” เจียงเหมียนเหมียนเดินวนรอบเธอหนึ่งรอบ “เถาเถาของเราไม่ต้องพึ่งรองเท้าส้นสูงก็สวยอยู่แล้ว นุ่มนิ่มน่าหยิกจริง ๆ”
