ไป๋เถากลับถึงหอพัก เจียงเหมียนเหมียนก็โผล่หัวออกมาจากเตียงทันที
“เป็นยังไงบ้าง? ได้พูดหรือยัง?”
ไป๋เถาส่ายหน้าอย่างหมดแรง “จู่ ๆ เผยจั๋วก็โผล่มา”
“อ๊ะ!” เจียงเหมียนเหมียนเบิกตากว้าง พอเห็นเธอหน้าซึมก็รีบปลอบ “ไม่เป็นไรนะ ผ้าพันคอก็ให้ไปแล้ว ไว้คราวหน้าค่อยหาโอกาสอีกที”
ไป๋เถาพยักหน้า
อีกหนึ่งสัปดาห์จะมีสอบประเมินผล เธอจึงเรียนหนังสือตอนกลางวันและทบทวนบทเรียนตอนกลางคืน ช่วงนี้เลยไม่ได้ชวนฟู่หลินออกไปไหนอีก
พอดีว่าร้านชานมที่เจียงเหมียนเหมียนทำงานพิเศษมีพนักงานลาออก ผู้จัดการร้านกำลังรีบหาคน พอได้ยินเจียงเหมียนเหมียนบอกว่าเป็นงานในมหาวิทยาลัย แถมยังไปกลับพร้อมกันได้ทุกวัน ไป๋เถาก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
บ่ายวันถัดมา หลังเลิกเรียน ทั้งคู่ก็เริ่มทำงานด้วยกันอย่างเป็นทางการ
ร้านชานมตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนการค้าในมหาวิทยาลัย นอกหน้าต่างบานใหญ่มีต้นแปะก๊วยเรียงรายอยู่แถวหนึ่ง
แสงแดดยามบ่ายส่องลอดใบไม้สีทอง ทอดเงาพร่างพรายลงบนพื้นไม้
ผู้จัดการร้านมอบชุดทำงานสีเหลืองครีมสลับส้มให้ไป๋เถาหนึ่งชุด ก่อนจะยื่นที่คาดผมให้เธอ
บนที่คาดผมมีแพนด้าตัวน้อยน่ารักน่าเอ็นดูเกาะอยู่สี่ตัว บ้างยืน บ้างนอน อีกตัวก็กอดต้นไผ่สีเขียวไว้
ไป๋เถารวบผมเป็นหางม้าสูงแล้วสวมที่คาดผม
เจียงเหมียนเหมียนหันมาเห็นเข้าก็ร้อง “ว้าว” อย่างเกินจริง
“เถาเถา เธอใส่อันนี้แล้วน่ารักเกินไปแล้ว!”
เธออดใจไม่ไหว ยื่นมือไปบีบแก้มยุ้ย ๆ ของไป๋เถา “นุ่มนิ่มน่าบีบกว่าโมจิในชานมอีก”
ไป๋เถายกมือปิดแก้ม “อย่าบีบสิ”
พนักงานประจำอีกสองคนอย่างเหยาเหยาและจวินจวินก็เข้ามาล้อมวงด้วย
