“พี่ฟู่หลิน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับพี่ค่ะ”
ไป๋เถากำมือแน่น หัวใจเต้นกระแทกอยู่ในอกทั้งเร็วและแรง
สายลมยามค่ำพัดผ่านผิวน้ำในทะเลสาบ นำพาความชื้นเย็นมาด้วย ถ่านบนเตาย่างที่อยู่ไกลออกไปปะทุเสียงเบาเป็นครั้งคราว
เผยจั๋วก้าวยาว ๆ มาทางใต้ต้นไม้
เขาเดาออกแล้วว่าไป๋เถาจะพูดอะไร แววตาค่อย ๆ หม่นลง กำลังจะเอ่ยปาก ฟู่หลินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ไป๋เถา วันนี้เธอดื่มไปเยอะแล้ว”
ฟู่หลินมองดวงตาพร่าเลือนของเธอ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน “มีเรื่องอะไรก็รอพรุ่งนี้สร่างเมาแล้วค่อยพูดเถอะ”
“ฉันไม่ได้เมานะ” ไป๋เถารีบส่ายหน้า แต่กลับเซไปตามจังหวะ “ฉันแค่อยากพูดวันนี้”
เธอรอมานานเกินไป และถอยหนีมาหลายครั้งเกินไปแล้ว
คืนนี้ถ้ายังไม่ยอมพูดออกมา เธอกลัวว่าต่อไปคงไม่มีความกล้าแบบนี้อีก
ฟู่หลินมองเธอเงียบ ๆ
ความจริงตั้งแต่เห็นเธอกอดผ้าพันคอสีแดงยืนอยู่ใต้ต้นหลวนซู่ เขาก็พอจะเดาคำตอบได้ราง ๆ แล้ว
แต่สายโทรศัพท์เมื่อครู่ทำให้ทุกสิ่งที่ยังไม่พูดออกมาต้องหยุดอยู่ตรงนั้น
แม่ย้ำเตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทางโทรศัพท์ ให้รู้จักวางตัวให้เหมาะสม
แม้แต่พ่อที่แทบไม่เคยก้าวก่ายเรื่องความรักของเขา ก็ยังพูดเตือนอย่างหนักแน่นอยู่ข้าง ๆ
ตระกูลฟู่มอบทุกสิ่งที่คนอื่นได้แต่นึกอิจฉาให้เขา และวางภาระความรับผิดชอบไว้บนบ่าเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ
ชาติตระกูล ความสามารถ ตลอดจนแผนการในอนาคตของเจียงอิ้งเยว่ ล้วนเหมาะสมกับเขาที่สุด
ส่วนไป๋เถาไม่ควรถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องการชั่งน้ำหนักเหล่านี้
แววหม่นวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาฟู่หลิน ก่อนจะกลับมาอ่อนโยนดังเดิมอย่างรวดเร็ว
