ค่ำวันนี้สำรับข้าวเย็นจัดที่บ้านเก่า ผู้เฒ่าโจวเป็นผู้จัดการ จัดโต๊ะเต็มไปด้วยอาหาร
มีไก่ มีปลา มีเนื้อ อาหารหน้าราคึกคักยิ่งกว่าสำรับแต่งงานของหลายครัวเรือนเสียอีก
มิหนำซ้ำ ผู้เฒ่าโจวยังนึ่งซาลาเปาไส้แป้งลูกใหญ่กว่าร้อยลูก ส่งไปตามบ้านชาวบ้านที่ช่วยไปด้วยกันที่เมืองหย่งคังในวันนี้จนทั่ว
นี่คือมนุษยสัมพันธ์ของผู้เฒ่าโจว จะนิ่งนอนใจคิดว่าความช่วยเหลือของผู้อื่นเป็นสิ่งสมควรหาได้ไม่ ต้องรู้จักตอบแทนทันการณ์ มิเพียงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจ ภายหลังมีเรื่องอันใดก็ยังยินดีช่วยเหลือ อีกทั้งยังไม่เป็นหนี้บุญคุณ
ตระกูลโจวเป็นเช่นนี้เพราะล้วนแล้วมีจุดแข็งเป็นของตน มีสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ ค่อย ๆ ควานหาจุดยืนของตน ต่างทำหน้าที่ของตนเอง จึงนำพาเรือลำใหญ่ของตระกูลโจวให้กางใบออกเดินทาง เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
วันนี้วุ่นวายมาทั้งวัน ยามกลางวันในเมืองหย่งคังได้แต่กินบะหมี่คนละชามในร้านอาหารริมทาง ถึงยามนี้ต่างหิวจนแทบขาดใจ
แรกนั่งลงกินข้าว ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา ล้วนตะกรุมตะกรามเขมือบข้าวปลาอาหาร
แต่ละคนกินหมดชามก็เติมอีกชาม
แม้แต่โจวตู้เจวียนที่ปกติกินน้อย ในวันนี้ยังกินเข้าไปถึงสองชามเต็ม ผู้เฒ่าโจวปวดใจยิ่ง หยิบเนื้อใส่ชามนางไม่หยุด "โอ๊ย ดูเด็กหิวน่าสงสารเสียจริง เหนื่อยนักหนาแล้ว กินช้า ๆ กินอีกหน่อย วันนี้ข้าจงใจหุงข้าวเพิ่มอีกหม้อ กับข้าวไม่พอยายจะไปผัดให้อีก!"
โจวตู้เจวียนเอ่ยปากว่าพอแล้ว ๆ กินไม่ไหวจริง ๆ แล้ว กับข้าวในชามนางกองสูงราวภูเขาลูกน้อย แทบจะทะลัก
