“วันละห้าสิบตัว?” ผู้เฒ่าโจวสูดลมหายใจเฮือก “เช่นนั้นหมู่บ้านหนานหูของเรายามนี้คงรับซื้อไม่ถึงจำนวนนั้นแล้ว หลายครอบครัวต่างพากันจับลูกเจี๊ยบมาเลี้ยง แต่จะโตทันใจได้อย่างไร อย่างน้อยต้องสามสี่เดือนจึงจะขายได้!
อีกอย่างข้าคาดว่าหลายคนเลี้ยงโตแล้วก็คงไม่ยอมขาย อยากเก็บไว้ให้ออกไข่ ขายไข่ได้นาน ๆ”
โจวตู้เจวียนพยักหน้า “แน่นอน ไข่เราก็รับซื้อระยะยาว และไม่รังเกียจว่ามากเกิน”
ป้าสะใภ้รองอดรนทนไม่ไหวถามขึ้น “ดังนั้น ตู้เจวียนเอ๋ย ที่เจ้าบอกว่าขยายช่องทางหาเงินนั้น รายละเอียดเป็นเช่นไร?”
ในใจนางคาดเดาลาง ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก ได้แต่มองโจวตู้เจวียนด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวัง
ผู้อื่นก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน เปี่ยมความคาดหวังและตื่นเต้น
โจวตู้เจวียนกลั้นยิ้มเอาไว้แล้วกล่าว “ดังนั้นข้ากับท่านพ่อท่านแม่จึงหารือกันแล้ว มิใช่รับซื้อแต่ในหมู่บ้านหนานหู ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้รอง พวกท่านสามารถกลับไปรับซื้อที่บ้านเดิมของท่านได้
อีกครู่ข้าจะมอบรูปแบบการรับซื้อไก่และราคาให้พวกท่าน ส่วนพวกท่านจะกลับไปรับซื้อที่หมู่บ้านบ้านเดิมตามเวลากำหนดเอง หรือจะฝากให้คนทางบ้านเดิมรับซื้อแล้วนำมาส่งให้เรา ก็แล้วแต่พวกท่านจะจัดการ
ส่วนทางข้านั้น พวกท่านรับซื้อไก่มาหนึ่งตัว ตราบใดที่แข็งแรงได้มาตรฐาน ก็จะได้ค่าตอบแทนห้าอีแปะ ให้ท่านย่าบันทึกจำนวนไว้ สิ้นเดือนค่อยรวมจ่ายทีเดียว
พวกท่านเห็นว่าเช่นนี้ได้หรือไม่?”
“ได้สิ! จะมีอะไรไม่ได้” ป้าสะใภ้รองถึงกับตบมือด้วยความตื่นเต้นพลางร้องออกมา
บ้านเดิมของนางอยู่ในเมืองเล็กอีกแห่งหนึ่ง เมืองนั้นมีถนนสายกลางเพียงเส้นเดียว ที่จริงก็นับเป็นหมู่บ้านหนึ่ง เพียงแต่เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่กว่า ทุกครัวเรือนก็ล้วนเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ด
