โจวตู้เจวียนเก็บสีหน้าเคร่งขรึม นางเล่ารายละเอียดทุกอย่างที่จำได้จากเจ้าของร้านขายเมล็ดพันธุ์ออกมาอย่างถี่ถ้วน
เรื่องการเพาะปลูกนี้ สำหรับผู้มีประสบการณ์แล้ว ย่อมมีจุดที่เชื่อมโยงถึงกันมากมาย เมื่อเข้าใจจุดหนึ่งก็จะเข้าใจจุดอื่นไปโดยปริยาย
ฟังโจวตู้เจวียนพูดจบ ชายชราโจวและโจวจงซิ่นก็พอมีแนวทางอยู่ในใจแล้ว
หลังจากโจวตู้เจวียนนำประเด็นสำคัญจากวิดีโอสอนละเอียดที่เจ้าของร้านมอบให้ มาจดแจกแจงเป็นข้อ ๆ ส่งต่อให้โจวจงซิ่นที่ฝึกอ่านเขียนกับหวังอิงมาบ้างแล้ว
เชื่อว่าด้วยความเอาใจใส่และให้ความสำคัญอย่างจริงจังของท่านพ่อและท่านปู่เช่นนี้ ต่อให้ภายภาคหน้าพวกเขาจะต้องปลูกพืชผลออกมาได้ดีเป็นแน่
ชายชราโจวครุ่นคิดในใจ ว่าสิ่งใดควรปลูก ณ ตำแหน่งใด ต้องเพาะปลูกและดูแลอย่างไร
ครุ่นคิดไปพลางก็จุดยาเส้นสูบ “จ๊วบ ๆ” ไปตามความเคยชิน
เขาตบต้นขาฉาดใหญ่ “แค่ข้ากับเจ้าสองคน อยากเพาะปลูกให้ดีนั้นไม่พอ ต้องเรียกพี่ใหญ่กับพี่รองของเจ้ากลับมาช่วยกัน เจ้าสองคนนั้นไปช่วยคนสร้างบ้านในอำเภอตั้งครึ่งเดือนแล้ว นับวันดูก็ใกล้จะกลับมาแล้วกระมัง”
โจวจงซิ่นพยักหน้า “เมื่อวานไปเยี่ยมพวกเขาที่ในอำเภอมา บอกว่าอีกสามสี่วันก็จะกลับ”
ชายชราโจวว่า “ดี เช่นนั้นเจ้ากับข้าไปดูแปลงนาก่อน ตรวจตราแปลงของเราจัดวางแผนให้ดีเสียก่อน”
พูดจบก็ดับยาเส้น เหน็บไว้ที่บั้นเอว แล้วสาวเท้าก้าวฉับ ๆ มุ่งตรงออกไปข้างนอก
โจวจงซิ่นต้องวิ่งเหยาะ ๆ อยู่ข้างหลังจึงตามทัน
ชายชราโจวหันมามองบุตรชายคนเล็กอย่างรังเกียจ “อายุยังน้อย เหตุไฉนจึงเชื่องช้าเช่นนี้เล่า ยามข้าอายุเท่าเจ้า ข้าสามารถไถนาได้ทีเดียวสองลี้เลยทีเดียว!”
