ครั้นโจวจงซิ่นส่งข้าวกล้องเสร็จและกลับมา บะหมี่ดึงมือก็ได้เวลาเตรียมหั่นพอดี
ครอบครัวโจวไม่มีกฎว่าบุรุษห้ามเข้าครัว ผู้ใดว่างผู้นั้นทำ
โจวจงซิ่นคล่องแคล่วว่องไว ล้างผักหั่นผัก
หวังอิงทำบะหมี่ดึงมือเก่งกาจนัก เมื่อวัยสาวนางเคยช่วยงานในครัวหลังจวนท่านจวี่เหรินอยู่หลายปี ฉลาดเรียนรู้ง่ายความจำดี ทำอาหารได้หลายอย่าง
บะหมี่ดึงมือก็เรียนรู้มาตอนนั้น นวดแป้งได้เหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
นวดแป้งเสร็จแล้ว ก็รีดเป็นแผ่นบางพอเหมาะ ใช้มีดหั่นเป็นเส้นสม่ำเสมอ รอน้ำซุปเดือด ดึงเส้นเล็กน้อยแล้วหย่อนลงไป พอสุกก็จะได้บะหมี่ดึงมือเหนียวหนึบน่าเคี้ยว
ยามนี้จึงใส่ไข่ดาวน้ำแบบไข่แดงไม่สุก ต้มผักกวางตุ้งอ่อนอีกสองสามต้น ใส่ผักเสวี่ยหลี่หงยิ่งดีนัก
ผักเสวี่ยหลี่หงเป็นผักดองเค็มชนิดหนึ่ง บางบ้านเรียกอีกชื่อว่าผักเสวี่ยไช่
สุดท้ายเวลาจัดใส่ชาม ใส่น้ำมันหมูหนึ่งช้อน ต้นหอมซอยอีกหยิบมือ กลิ่นหอมนั่นช่างหอมเค็มยั่วยวนใจ อร่อยยิ่งนัก
หากมีเงื่อนไขพรั่งพร้อม ก็โปรยกากหมูเจียวอีกหน่อย จะเป็นรสเลิศในแดนมนุษย์
เพียงแต่วันนี้ที่บ้านไม่ได้หั่นเนื้อ จึงไม่มีกากหมูเจียว
บะหมี่ดึงมือหม้อนี้ นับเป็นรสดีที่สุดเท่าที่มีอยู่แล้ว
โจวต้าอวี่รับหน้าที่ป้อนฟืนคุมไฟอยู่ท้ายเตา มองหวังอิงทุบตีก้อนแป้งในมือพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
โจวตู้เจวียนก็ช่วยอยู่ข้างๆ เรียนรู้ฝีมือครัวจากหวังอิง
เพียงแต่นางไม่มีความสามารถด้านนี้เลยจริงๆ แป้งอย่างเดียวกัน วิธีการเดียวกัน ในมือมารดาก็ว่าง่ายปั้นกลมทุบแบนได้
พอตกในมือนางกลับเป็นเละเทะ จับตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ
หวังอิงเริ่มต้นสอนอย่างอดทน ไม่อยากทำลายความกระตือรือร้นเข้าครัวของบุตรี
