ป้าสวีพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แม่หนูคนนี้ช่างเป็นคนจริงจังดีแท้ แต่เหตุใดไม่ซื้อโทรศัพท์สักเครื่องเล่า มีแล้วก็ดูเวลาและติดต่อโทรหากันได้”
“โทรศัพท์ราคาเท่าใดหรือเจ้าคะ” โจวตู้เจวียนเอ่ยถามหยั่งเชิง
ป้าสวีว่า “เดี๋ยวนี้โทรศัพท์ดีๆ ก็หลักหมื่น ราคาถูกหน่อยก็สองสามพัน หากเจ้าไม่ถือสาเรื่องสมรรถนะ มือสองก็มีหลักร้อย แล้วแต่เจ้าจะเลือก”
นางไม่เข้าใจคำว่าสมรรถนะกับมือสอง ทว่าเพียงหลักร้อยก็หามาได้เครื่องหนึ่ง รู้สึกว่าไม่แพงนัก ขุดผักป่าให้มากอีกไม่กี่วันก็พอซื้อได้
“ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณป้าสวีนัก ไว้ข้าจะไปซื้อสักเครื่อง” โจวตู้เจวียนกล่าวขอบคุณ
ในยามนั้นนางยังไม่รู้เลยว่าโทรศัพท์จำต้องมีแผ่นโทรศัพท์จึงใช้งานได้เป็นปรกติ และการขอแผ่นโทรศัพท์ต้องใช้ทะเบียนราษฎร์
โจวตู้เจวียนเป็นคนขยัน ป้าสวีให้เก้าอี้ตัวเล็กแก่นางมานั่ง
นางจึงนั่งตรงข้างบันไดหน้าร้านขายธัญพืชและน้ำมัน แยกผักป่ากับเห็ดเป็นหมวดหมู่ มัดครึ่งชั่งเป็นกำน้อยๆ ดูเป็นระเบียบสะอาดตาสะดวกแก่ลูกค้ายิ่ง
หลังจากเก็บผักเสร็จ เวลาก็ยังเช้าอยู่ โจวหน่วนอวี้ยังมาไม่ถึง
โจวตู้เจวียนเป็นคนว่างไม่ได้ จึงช่วยป้าสวีจัดเรียงร้าน
ป้าสวีปวดเอว งานยกของหนักมักรอให้สามีหรือบุตรชายมีเวลามาช่วยทำที่ร้าน
วันนี้โจวตู้เจวียนพับแขนเสื้อขึ้น ลงมือช่วยป้าสวีทำงานแต่เพียงไม่นานก็เสร็จ
ป้าสวีรู้สึกขอบคุณยิ่ง เอ่ยชมไม่ขาดปาก “โอ๊ย ตายจริง ขอบคุณเจ้านักหนา แม่หนูคนนี้ช่างดีจริง ทั้งเข้าใจความ ทั้งมีน้ำใจ แถมยังขยันอดทน แข็งแรง ทำงานก็คล่องแคล่ว ราวกับเด็กสาวในยุคพวกเราเมื่อครั้งยังสาว!”
