ทางด้านที่ติดทะเล กระท่อมไม้และเพิงพักพังทลายไปกว่าครึ่ง บางหลังถูกพายุพัดหลังคาเปิด บางหลังกำแพงทั้งผืนถล่มลงทะเล
ริมทะเลยังมีซากไม้ผุและแหเก่าลอยอยู่ ถูกคลื่นซัดกระหน่ำขึ้นลง
แต่กระท่อมหินสองสามหลังบนที่สูงกับลานตากแหแห่งหนึ่งยังคงตั้งอยู่ แม้จะหมองหม่นด้วยฝุ่นละออง ทว่ามิได้พังทลาย
หลิวไป๋กดเสียงต่ำเอ่ยว่า “มีคนอยู่”
โจวตู้เจวียนก็เห็นแล้ว บนที่สูงมีจุดดำ ๆ เคลื่อนไหว รางเลือนมิอาจเห็นหน้าได้ถนัด แต่ดูออกว่ากำลังเก็บกวาดสิ่งของ
“อย่าเพิ่งลงไป” นางกดเสียงต่ำว่า “ดูอยู่บนเนินนี้ก่อน”
หลายคนย่อตัวหมอบลงหลังพุ่มไม้ แอบมองหมู่บ้านเล็กนั้นจากที่สูง เห็นคร่าว ๆ
หมู่บ้านชาวประมงไม่ใหญ่ ด้วยสายตากะประมาณก็ราวสิบครอบครัว พิจารณาจากรูปแบบเรือนแล้ว น่าจะเป็นชาวประมงที่อาศัยริมทะเลสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน
กระท่อมหินบนที่สูงสองสามหลังนั้นยังอยู่ในสภาพดี เพราะพื้นที่สูงจึงมิถูกน้ำทะเลท่วมถึง
ในหมู่บ้าน มีสตรีหลายคนกำลังตากผื่นอนกับแหบนลานตาก ยังมีคนเฒ่าสองสามนั่งตรงปากประตูกระท่อมหิน มือมิได้หยุดนิ่ง ต่างขมักเขม้นทำงานของตน
ดูแล้ว คาดว่าก่อนพายุไต้ฝุ่นจะมา พวกเขาคงอพยพคนและข้าวของสำคัญขึ้นที่สูงไว้ก่อน
โจวตู้เจวียนจดจำรายละเอียดนี้ไว้ในใจ
กำลังจะเอ่ยต่อ ทันใดก็ได้ยินเสียงร้องแหลมดังมาจากในหมู่บ้าน
เสียงแหลมสูง เจือปนสะอื้น เป็นเสียงสตรี
จากนั้นหลายคนก็พากันตะโกนตาม เสียงอลหม่านวุ่นวาย
บางคนวิ่งไปริมทะเล บางคนพุ่งลงทะเล ยังมีคนบนลานตากที่ร้อนรนจนกระทืบเท้า
