โชคดีที่ทางยุคใหม่ยังมีรายรับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อขนาดธุรกิจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รายได้ก็สูงตาม
เรื่องที่ควรค่าแก่การเล่าขานคือ เมื่อกิจการของเฉินหมิงจูทางยุคใหม่รุ่งเรืองขึ้นทุกวัน นอกจากธุรกิจพัดปักสองด้านจะขยายตัวออกไป เพิ่มบริการรับสั่งทำในราคาสูงแล้ว ยังมีงานปักมือสั่งทำบนชุดฮั่นฝูอีกจำนวนมาก
ในตอนแรกท่านน้าสะใภ้เพียงรวบรวมช่างปักกระจัดกระจายที่รู้จักในเมืองหย่งคัง ต่อมาเมื่องานมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงจัดหาเข็ม ด้าย และผ้าซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบให้เท่านั้น ค่าตอบแทนที่ให้แก่ช่างปักยังงามจนนับว่ายุติธรรมเหลือเกิน อีกทั้งต้องรับสมัครช่างปักเพิ่มอยู่ตลอด ช่างปักทั้งหลายจึงบอกต่อกันปากต่อปาก พาเพื่อนพ้องแนะนำกันเข้ามา
ทำให้ช่างปักเลือกที่จะมารับงานทางฝั่งท่านน้าสะใภ้มากขึ้นทุกที หลายคนเดิมเป็นช่างปักประจำให้สำนักปักใหญ่ๆ มาเนิ่นนาน ก็อดใจไม่ไหวแปรพักตร์ตามกันมา
สำนักปักใหญ่สามแห่งในเมืองหย่งคังพบว่า ไม่เพียงงานปักเบ็ดเตล็ดราคาถูกที่เคยรับซื้อตามปกติจะน้อยลงเรื่อยๆ เท่านั้น แม้แต่ช่างปักที่เคยทำงานประจำให้สำนักของตนก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง จนสุดท้ายแม้แต่ช่างปักที่เข้ามาถามราคาก็ไม่มีอีกเลย
ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ ครั้นสืบดูจึงได้รู้ว่า มีสตรีผู้หนึ่งนามว่าเสิ่นลิ่งซูนี่เอง เป็นผู้รับซื้องานปักในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมาโดยตลอดอย่างไม่ขาดสาย
นางเสิ่นลิ่งซูคนนี้พวกเขาล้วนรู้จักดี เป็นบุตรีขุนนางจากนครหลวง ฝีมือปักสองด้านวิจิตรบรรจงเป็นหนึ่ง แต่ไม่ยอมลงนามในสัญญาระยะยาว ก่อนหน้านี้อาศัยขายงานปักให้พวกเขาประทังชีพ เหตุใดบัดนี้จึงเริ่มรับซื้องานปักด้วยตนเองเล่า?
หรือว่าจะมีช่องทางอะไร?
สำคัญคือพวกเขาสืบนางเสิ่นลิ่งซูอย่างถี่ถ้วนแล้ว กลับไม่พบว่ามีช่องทางใดเป็นพิเศษ มีเพียงแค่นางเดินทางไปที่เมืองถงฉินทุกวันเท่านั้น
