นางหิ้วหวังอิงที่ถูกจับให้ห่อซาลาเปาอยู่ในท้องทุ่งหญ้าตลอดช่วงเช้ากลับมาที่เรือนหลังบ้านของตน
โจวตู้เจวียนเห็นใจมารดาตนเองที่วันนี้ต้องห่อซาลาเปามากกว่าเคยอย่างเห็นได้ชัด จึงเอ่ยเกลี้ยกล่อมว่า “ท่านแม่ ท่านตื่นแต่เช้ามืดห่อซาลาเปาทุกวี่วัน เช่นนั้นย่อมตรากตรำเกินไป หากแผงซาลาเปาในเมืองค้าขายดีจริง เช่นนั้นลองจ้างคนเพิ่มอีกสักคนเถิด”
หวังอิงนึกถึงบัญชีที่ตนกับบุตรสาวเคยคำนวณไว้ จ้างคนย่อมสิ้นเปลืองเงินเพิ่ม แต่ก็หาเงินได้มากขึ้นอีก ทั้งยังคิดถึงว่าบ้านตนต้องหาเงินเพิ่มขึ้นอีกมาก มีที่ต้องใช้จ่ายเงินอีกนัก
นางกัดฟันเอ่ยว่า “ได้ เช่นนั้นก็จ้างเพิ่มอีกคน รวมกับข้าทั้งสามคน เมื่อถึงเวลานั้นเงินที่หาได้ในวันเดียวก็จะเพิ่มเป็นสามเท่า นั่นก็ดี!”
โจวตู้เจวียนทั้งขำทั้งกลุ้ม “ท่านแม่ ที่ให้จ้างคนก็เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนมากขึ้นบ้าง อีกทั้งหลังจากนี้กิจธุระของเรามีมากขึ้น เราจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับเรื่องปลีกย่อยเช่นนี้มิได้ เรื่องปลีกย่อยก็มอบให้คนที่เหมาะกับเรื่องปลีกย่อยไปทำ ประสิทธิภาพถึงจะสูงกว่า
บ้านเรารับผิดชอบดูแลจัดการโดยรวม ถึงจะขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ได้ ถึงจะหาเงินได้มากขึ้น
นี่เป็นสิ่งที่ข้าอ่านเจอจากตำราเล่มหนึ่งทางฝั่งยุคใหม่ เขียนไว้ว่าอย่างไรนะ อ้อ คือ หากไม่รู้จักนำพาคน ก็ได้แต่ตรากตรำจนตัวตาย”
ตำราเล่มนี้โจวหน่วนอวี้เป็นคนนำมาที่ร้าน หลังจากนางเฝ้าร้านอยู่ทั้งวัน ทั้งไม่ค่อยมีสิ่งใดให้ขายแล้ว จึงนำตำรามาอ่านเล่นเองบ้าง
โจวตู้เจวียนถือโอกาสช่วงที่วุ่นบ้างว่างบ้างเปิดอ่านดู ได้เรียนรู้มาเล็กน้อย ต่อมาจึงขอยืมกลับมาอ่านที่บ้านตอนค่ำ
