เวลาผ่านไปทีละวินาที
จางอวี่กับโจวเว่ยกั๋วและทหารเก่าคนอื่น ๆ วิ่งอยู่ช่วงกลางขบวนทหารใหม่ สายตาจับจ้องไปข้างหน้าไม่วาง พวกเขารอให้เฉินฝานชะลอความเร็วลง ทว่าไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ยังไม่เห็นเงาของเฉินฝาน
“แปลกจริง ทำไมถึงยังไม่เห็นเฉินฝานเลย?” โจวเว่ยกั๋วขมวดคิ้ว พลางกวาดตามองถนนด้านหน้าอย่างละเอียด แต่เห็นเพียงทหารใหม่ไม่กี่คนที่วิ่งนำอยู่ห่าง ๆ นอกนั้นก็ไม่มีวี่แววของเฉินฝานอีกเลย
“หรือว่าเจ้านั่นแอบไปพักที่ไหนแล้ว?” จางอวี่คาดเดา
อย่างไรเสีย ระยะทาง 5 กิโลเมตรก็ไม่ใช่ระยะสั้น ๆ เด็กหนุ่มอายุ 18 ปีที่เพิ่งวิ่งเร่งความเร็วอย่างหนักมา หากเรี่ยวแรงไม่พอแล้วแอบไปหอบพักข้างทางก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้ว
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าเฉินฝานไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย ความเร็วก็ไม่ได้ลดลง ยังคงวิ่งห้อด้วยความเร็วสูงต่อไป
ไม่นานนัก อาคารสีเทาของสถานีรถไฟก็ปรากฏขึ้นในสายตา
เฉินฝานวิ่งผ่านลานกว้างไปหยุดที่ทางเข้าสถานีรถไฟ ก่อนหันกลับไปมองเส้นทางที่เพิ่งวิ่งมา
ด้านหลังว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน แม้แต่เงาของทหารใหม่ก็ยังมองไม่เห็น
เขาเดินไปยังทางเข้าสถานีรถไฟ เลือกนั่งบนขั้นบันไดที่มีร่มเงา เอนหลังพิงกำแพง ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ รอทหารใหม่ที่ตามหลังมา
