บทที่ 6 วางเหยื่อล่อ
เฝ้าสังเกตติดต่อกันมาหลายวัน หลู่เฉินก็พบว่าพวกของลุงแผลเป็นมีความอดทนมากกว่าที่เขาคิด
คนของแมงป่องดำปรากฏตัวแถวหมู่บ้านจัดสรรทุกวัน แต่ก็ไม่เคยลงมือ พวกมันเหมือนตะปูสองสามตัวที่ตอกฝังอยู่ในเงามืด วันนี้ซ่อนตัวอยู่ในรถตรงหัวมุมถนน พรุ่งนี้ยืนปะปนอยู่ในฝูงชนที่ตลาดกลางคืน มะรืนก็เปลี่ยนไปอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามหมู่บ้าน คอยมองอยู่ไกล ๆ จดจำทุกอย่าง แต่ไม่ยอมเข้ามาใกล้
หลู่เฉินเขี่ยข้าวในชาม พลางทบทวนสิ่งที่สังเกตเห็นตลอดหลายวันที่ผ่านมาในหัว
ลุงแผลเป็นไม่รีบลงมือ เพราะกำลังรอ รอโอกาสที่เขาจะอยู่ตามลำพัง รอจังหวะที่ลงมือแล้วจะถอนตัวได้อย่างรวดเร็ว คนแบบนี้ไม่ได้ขาดความอดทน แต่ขาดจังหวะเหมาะ ๆ
แต่หลู่เฉินกลับไม่อยากให้เขารอจนได้จังหวะนั้น
เขาอยู่ในสนามรบมาสิบสี่ปี สิ่งที่เกลียดที่สุดคือการยกอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ให้คนอื่น ศัตรูซุ่มมองคุณอยู่ในเงามืด ส่วนคุณนั่งรออยู่ที่บ้าน รอไปเรื่อย ๆ สุดท้ายสิ่งที่รออยู่ก็คือกระสุนนัดหนึ่งที่ไม่รู้ว่าพุ่งมาจากไหน
แทนที่จะรอให้อีกฝ่ายเลือกวันลงมือ สู้เป็นฝ่ายกำหนดวันให้เองดีกว่า
เย็นวันรุ่งขึ้น หลู่เฉินถือถุงผักออกจากตลาดสด ไม่เดินไปตามถนนใหญ่เส้นเดิม แต่เลี้ยวเข้าตรอกเก่าที่อยู่ข้าง ๆ
ตรอกแคบไม่กว้างนัก สองข้างเป็นตึกที่พักอาศัยเก่าแก่ โคนกำแพงมีข้าวของจิปาถะกองอยู่ ส่วนเหนือศีรษะมีเชือกตากผ้าขึงพาดไว้ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ในตรอกแทบไม่มีคน เหลือเพียงแมวตัวหนึ่งนั่งหมอบอยู่บนกำแพง ชูหางตั้งแล้วจ้องมองเขา
