บทที่ 12 บันทึกคำให้การ
ไม่นานนัก แนวกั้นเขตก็ถูกขึงขึ้นบนถนนการค้า ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือประเทศจีน การถือปืนยิงคนกลางถนนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
ผู้คนที่มามุงดูเบียดเสียดกันแน่นสามชั้น ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายกันไม่หยุด ตำรวจช่วยกันสลายฝูงชนและขึงแถบกั้นเขต ส่วนนิติเวชก็หิ้วกล่องเข้าไปในที่เกิดเหตุ
หลู่เฉินถือถุงผักที่กระแทกจนช้ำ ยืนอยู่ด้านในแนวกั้น สีหน้าดูไร้เดียงสา
“คุณผู้ชายครับ” ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมสมุดในมือ “รบกวนไปกับเราสักหน่อยนะครับ มาทำบันทึกคำให้การกัน”
ขณะนั้น หลินอวี่เดินเข้ามาแสดงบัตรประจำตัวให้ตำรวจดู
“เราจะพาตัวคนนี้ไป เขาเป็นบุคคลเป้าหมายที่เรากำลังเฝ้าระวังอยู่” หลินอวี่กล่าว
“อ๋อ ได้ครับ” หลู่เฉินพยักหน้า แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยื่นถุงในมือออกไปข้างหน้า “เอ่อ... ผักนี่ผมเพิ่งซื้อมา ช่วยเก็บไว้ให้หน่อยได้ไหมครับ”
ตำรวจหนุ่มเหลือบมองผักสีเขียวที่เปื้อนฝุ่นในถุง กับกุ้งที่ถุงขาด แล้วอ้าปากพะงาบ แต่ไม่มีคำพูดหลุดออกมา
“วางไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกันครับ” เขาพูดเสียงแห้ง “เดี๋ยวค่อยว่ากัน”
“ถ้าอย่างนั้นช่วยเก็บไว้ดี ๆ ด้วยนะครับ” หลู่เฉินกำชับอย่างจริงจัง “กุ้งยังเป็น ๆ อยู่”
ตำรวจ “……”
หนึ่งทุ่มครึ่ง กองบัญชาการฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ห้องสอบปากคำ
แสงไฟขาวซีด มีเก้าอี้สองตัวกับโต๊ะหนึ่งตัว บนโต๊ะวางแก้วน้ำเปล่าไว้หนึ่งใบ เก้าอี้ที่หลู่เฉินนั่งขาสั้นอยู่ข้างหนึ่ง พอนั่งลงก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
หลินอวี่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เปิดสมุดบันทึก ปลายปากกาชะงักอยู่เหนือกระดาษ
“คุณหลู่ ผมขอถามคำถามตามปกติสักสองสามข้อ” เขาเงยหน้าขึ้น “วันนี้ช่วงห้าโมงกว่า ที่หน้าตลาดสดบนถนนการค้าเกิดเหตุทำร้ายร่างกายด้วยมีด แล้วก็เกิดเหตุยิงกันตามมา เป้าหมายของพวกเขาคือคุณใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ” หลู่เฉินพยักหน้า “ตกใจแทบแย่”
“งั้นเรามาเริ่มตั้งแต่ต้นกันครับ” หลินอวี่วางปากกาลง “ผู้ชายที่ถือมีดพุ่งเข้าหาคุณ คุณรู้จักเขาไหม”
“ไม่รู้จักครับ” หลู่เฉินส่ายหน้า “ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงพุ่งมาหาผม”
“แน่ใจนะครับว่าไม่รู้จัก”
