พ่อเสิ่นอาศัยแรงพยุงของเสิ่นเถาเถายืนตัวตรง หอบหายใจหนัก ๆ สองสามครั้ง สีหน้าทั้งตกใจทั้งโกรธชี้ไปที่กับดักสัตว์บนพื้นอันหนึ่ง "ตอนที่ข้าเดินผ่านมาทางนี้ เห็น...เจ้าสิ่งนั้นทำได้ประณีตจริง ๆ ข้าอยู่ในกรมโยธาธิการกองสรรพาวุธมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นของที่ประณีตและใช้งานได้จริงขนาดนี้ เกิดความอยากรู้ขึ้นมา มือก็คัน ไม่อาจห้ามใจได้เลยเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่พอดีตอนนั้น..."
เขาหันไปชี้ที่หน้าต่าง "ในห้องนี้มีผู้หญิงร้อง...ร้องขอความช่วยเหลือ เสียงแผ่วเบาราวกับจะขาดใจ ข้าตกใจอดไม่ได้ที่จะแอบดูข้างในว่าเป็นอะไร...ใครจะรู้ว่าแม่นางนั่น..."
เขามองไปที่ยายเจิ้งที่ทรุดลงกับพื้นส่งเสียงร้องโหยหวน "จู่ ๆ ก็วิ่งออกมาจากด้านหลังแล้วผลักข้า ไอ้ลูกชายนางไม่พูดพล่ามทำเพลงตรงเข้าโถมตัวกดข้าไว้ แล้วยังกล่าวหาว่าข้าแอบดูหน้าต่างจะมาล่อลวงภรรยาของมัน ช่างเป็นความอยุติธรรมที่ใหญ่หลวงนัก ชีวิตข้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง จะไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร..."
พ่อเสิ่นโกรธจนตัวสั่น
"ไม่ใช่ ๆ ไม่ได้มาล่อผู้ชาย ไม่ใช่นะ..." นอกฝูงชนมีเสียงร้องไห้โหยหวนอย่างน่าเวทนาดังขึ้น หญิงม่ายโจวแทบคลุ้มคลั่งดันฝูงชนถลันเข้ามา พุ่งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าขาเสิ่นเถาเถา "คุณหนูเสิ่น กับดักสัตว์อันนั้นน้องสาวข้าเป็นคนทำ นางรู้ว่าข้าต้องทุบหินอยู่บนเขาลำบาก มือแตกเป็นแผลเพราะความหนาว นางสงสารข้า จึงแอบทำไว้...คิดจะวางไว้ที่หลังเขาเพื่อดักไก่ป่าตัวเล็ก ๆ สองสามตัว ให้ข้า...ให้ข้าได้เอาไปแลกยา...นางไม่ได้จะมาล่อผู้ชาย นางเพียงแค่อยากเอาชีวิตรอด เพื่อตัวนางเอง...และเพื่อข้าพี่สาวที่ไร้ประโยชน์คนนี้...หาหนทางรอดให้..."
หญิงม่ายโจวร้องไห้จนแทบขาดใจ ไม่สนใจสิ่งใดก้มหัวฟาดพื้นขอให้เสิ่นเถาเถาช่วยชีวิต
จากในห้องก็มีเสียงครวญครางและเสียงร้องไห้ดังแว่ว ๆ ออกมาเป็นระยะ
เสิ่นเถาเถาพยุงหญิงม่ายโจวขึ้น ไม่สนใจยายเจิ้งที่ยังนั่งร้องโหยหวนอยู่บนพื้นอีกต่อไป
สายตาของนางราวกับเปลวเพลิง แผดเผาอยู่ที่บานประตูไม้ที่กั้นระหว่างความเป็นความตาย
"เปิดประตู...ให้...ข้า!"
