ทางเหนือของสถานีพักม้า เตาหลอมของโรงตีเหล็กยังคงลุกโชน ค้อนเหล็กกระทบดังเป็นจังหวะ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไอความร้อนของเหล็กหลอมและควันเขม่าถ่านหิน
วันนี้เสิ่นเถาเถาเปลี่ยนมาสวมเสื้อบุนวมสีดำเนื้อบาง ดูคล่องแคล่วเช่นแมวดำตัวหนึ่ง นางเดินฝ่าควันคลุ้งและหมู่ชายฉกรรจ์ที่เหงื่อท่วมกาย ตรงดิ่งไปยังมุมสุดของโรงตีเหล็กซึ่งกองเต็มไปด้วยแบบแปลนและแม่พิมพ์ไม้
โจวอิงกำลังก้มหน้างุดอยู่หน้าโต๊ะไม้แผ่นใหญ่ มือถือสิ่วบางยาว จดจ่ออยู่กับการแกะสลักบนไม้เนื้อแข็งขนาดเท่าฝ่ามือ
ใบหน้าคมบางของนางสะท้อนแสงไฟจากเตาหลอม ยิ่งดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ปลายสิ่วไล้ไปบนเนื้อไม้ ขี้เลื่อยปลิวร่วงลงมาเบา ๆ
ตรงหน้านางมีหนังสือโบราณปกอ่อนเล่มหนึ่งวางกางอยู่ หน้ากระดาษเหลืองกรอบ เต็มไปด้วยลายแทงกลไกประหลาดต่าง ๆ และอักษรวิจิตรบรรจงขนาดเล็กกำกับไว้อย่างหนาแน่น
"พี่โจวอิง" เสิ่นเถาเถาเดินเข้าไปใกล้ น้ำเสียงแฝงความตื่นเต้นจนกลั้นไม่อยู่
โจวอิงได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น เห็นเป็นเสิ่นเถาเถา ใบหน้าก็ฉายรอยยิ้มขึ้นมาทันที วางสิ่วลงแล้วเอ่ย "เถาเถา? มาที่นี่ได้อย่างไร ควันคลุ้งไปหมด"
"มีของดีจะให้พี่ดู" เสิ่นเถาเถายิ้มอย่างมีเลศนัย หยิบม้วนหนังแกะจากอกเสื้อออกมา แล้วคลี่ออกตรงหน้าโจวอิงอย่างระมัดระวัง
บนกระดาษมีภาพวาดด้วยถ่านดินสอเป็นเรือรูปทรงประหลาดลำหนึ่ง ตัวเรือเพรียวบาง เส้นสายลื่นไหล สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือกงล้อสองข้างลำตัวเรือ ขอบกงล้อวาดเป็นใบพายแฉกคล้ายครีบปลา กลางลำเรือเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีอักษรกำกับไว้ว่า "ห้องหม้อน้ำ" ข้าง ๆ ยังมีแผนผังท่อและเฟื่องขับอันซับซ้อนวาดติดไว้ด้วย
"นี่คือ...?" สายตาโจวอิงถูกดึงดูดในทันที นางโน้มตัวเข้าไปใกล้แบบแปลน นิ้วลูบผ่านกงล้อใหญ่ยักษ์และใบพายแปลกตานั้นโดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวดเล็กน้อย แต่แววตากลับเผยให้เห็นความคุ้นเคยบางอย่าง
