ราตรีมืดมิดดุจหมึก เสียงรอบข้างเงียบสงัด
เกาเหวินยวนไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินวนไปมาในห้องอย่างกระสับกระส่าย
สายสืบที่ถูกส่งไปสืบข่าวยังเขตโรงช่างเพิ่งกลับมา บัดนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมรายงานเรื่องที่ตน “บังเอิญพบ” เสิ่นเสี่ยวชวน ใช้สุราชั้นดีตีสนิท จนล่วงรู้ข้อมูล “ลับสุดยอด” เกี่ยวกับคอขวดสำคัญของปืนใหญ่และสถานที่ที่อาจใช้เก็บปืนใหญ่ โดยเติมแต่งสีสันจนเกินจริงเพื่อหวังความดีความชอบ
“...ใต้เท้า! เป็นความจริงแท้แน่นอน! หลังดื่มสุรา เสิ่นเสี่ยวชวนพลั้งปากพูดออกมาเสียละเอียดราวกับเห็นมากับตา ปืนใหญ่มีข้อบกพร่องจริง จำเป็นต้องใช้วัสดุพิเศษ อีกทั้งช่วงนี้อาจมีการทดสอบลับที่สนามซ้อมยิงเก่า! นอกจากนี้ การป้องกันบริเวณเขาด้านหลังดูเหมือนจะไม่แน่นหนาเป็นปึกแผ่น เสิ่นเสี่ยวชวนเปรยออกมาว่า คล้ายจะมีเส้นทางเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างลับ สามารถเข้าใกล้พื้นที่แกนกลางได้!” สายสืบสรุปอย่างสัตย์สาบาน
หลังฟังจบ ดวงตาของเกาเหวินยวนก็ทอประกายคมกริบ ทว่าเขายังไม่เชื่อทั้งหมด ด้วยนิสัยช่างระแวงจึงครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เสิ่นเสี่ยวชวน? พี่รองของเสิ่นเถาเถา? คนผู้นี้...เชื่อถือได้หรือ? หรืออีกฝ่ายจงใจปล่อยควันตบตาออกมา?”
สายสืบรีบแก้ตัว “ใต้เท้าโปรดพิจารณา ข้าน้อยจับตาดูอย่างละเอียดแล้ว เสิ่นเสี่ยวชวนมีนิสัยห้าวหาญหยาบกระด้าง ชอบดื่มสุรา หลังเมามายก็พูดมาก ไม่เหมือนเสแสร้ง อีกทั้งรายละเอียดที่เขาพูด เช่น ความเสี่ยงที่ลำกล้องปืนใหญ่จะระเบิด ล้วนสมเหตุสมผล ไม่เหมือนกุขึ้นมาเอง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ตอนเอ่ยถึงทางเล็กบนเขาด้านหลัง แววตาของเขาวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นการพลั้งปากหลังเมามาย และหลังจากนั้นยังพยายามปกปิด ยิ่งทำให้ดูเป็นเรื่องจริงขอรับ”
เกาเหวินยวนหรี่ตาลง ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
